ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2471

ประเด็นกฎหมาย

การโอนที่ดินโดยสมยอมเพื่อฉ้อเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 45

หลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ต้องแสดงเหตุผลในการวินิจฉัยคดี หากไม่แสดงเหตุผลถือว่าไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา และศาลฎีกาไม่เชื่อพยานจำเลยที่อ้างสัญญาปากเปล่าให้ซื้อคืน เนื่องจากฟ. ขายที่ดินเพื่อนำเงินไปทำบุญและเป็นคนชรา ไม่น่ากังวลถึงการซื้อคืนในอนาคต

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลแพ่ง ให้ทำลายการโอนที่ดินระหว่างจำเลยกับฟ.

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ประมาณ 2 เดือนก่อนศาลตัดสินให้นายจิตร์เป็นคนล้มละลาย ล. ภรรยานายจิตร์ได้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินให้แก่ ฟ. โดยเดิมที่ดินเป็นของ ฟ. และฟ. ขายให้จำเลยก่อนสามีจำเลยล้มละลาย ต่อมาจำเลยกลับขายให้ฟ. จำเลยอ้างว่ามีสัญญาปากเปล่าให้ฟ. ซื้อคืนได้ แต่ศาลฎีกาไม่เชื่อเพราะฟ. ขายที่ดินเพื่อนำเงินไปทำบุญและเป็นคนชรา

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 302/2471เจ้าพนักงานลัก มาทรัพย์ของนาจิตร์ ( บริรักษ์ธานี)กองมฤดกนายฟองล. ป.ที่ดิน พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 45ที่ดินโอนโดยสมยอมเพื่อฉ้อเจ้าหนี้ความสันนิษฐานวิธีพิจารณาแพ่ง พ.ร.บ. ล้มละลาย ม. 45 น่าที่นำสืบได้ความว่าประมาณ ๒ เดือนก่อนศาลตัดสินให้นายจิตร์ ( บริรักษ์ธานี ) เปนคนล้มละลาย ล. ภรรยานานจิตร์ได้โอนกรรมสิทธิในที่ดินให้แก่ ฟ. โจทก์จึงฟ้องขอให้ทำลายการโอน ศาลแพ่งประเด็นให้จำเลยสืบก่อนตาม พรบ ล้มละลาย ม. ๔๕ แลตัดสินให้ทำลายการโอน ศาลอุทธรณ์กลับโดยไม่แสดงเหตุอย่างไรเลย เจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ยืนตาม ศาลแพ่งโดยฟังว่าเดิมที่รายนี้เปนของ ฟ. ฟ. ขายให้ จำเลยก่อนสามี จำเลยล้มละลา ต่อมาจำเลยกลับขายให้ ฟ. จำเลยพยายามสืบว่าการที่ ฟ. ขายที่ให้ จำเลยโดยสัญญากันปากเปล่าว่าถ้า ฟ. ต้องการซื้อกลับคืนจำเลยต้องขายให้ศาลฎีกาไม่เชื่อพะยานปากนี้ เพราะปรากฏว่า ฟ. ขายที่ดินให้เพื่อเอาเงินมาทำบุญ ไหนเลย ฟ. ซึ่งเปนคนชราจะกังวลถึงศาลข้างหน้าว่าจะมีเงินพอซื้อ ศาลอุทธรณ์ตัดสินโดยไม่ได้แสดงเหตุผลอย่างไร ไม่ชอบด้วยทางพิจารณา(นรเนติ-หริศ-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ