ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับเขตอำนาจศาลระหว่างศาลยุติธรรมกับศาลปกครองในคดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์ และคำขอให้เพิกถอนคำสั่งใ
เมื่อศาลยุติธรรมและศาลปกครองมีความเห็นพ้องกันว่าสัญญาพิพาทเป็นสัญญาทางแพ่ง คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญานั้นย่อมอยู่ในอำนาจของศาลยุติธรรม ส่วนคำขอให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองที่เกี่ยวเนื่องกับสัญญาทางแพ่งนั้นเป็นประเด็นเกี่ยวพันที่ควรได้รับการพิจารณาในศาลระบบเดียวกัน
คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ให้ชดใช้ค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการบอกเลิกสัญญา ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดจงใจไม่ตรวจรับครุภัณฑ์ ตรวจรับครุภัณฑ์ล่าช้า และให้จำเลยที่ 1 คืนเงินค้ำประกันสัญญา โดยศาลยุติธรรมและศาลปกครองมีความเห็นพ้องกันว่าสัญญาพิพาทเป็นสัญญาทางแพ่ง และโจทก์ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ที่ให้โ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำวินิจฉัยที่ 42/2568ศาลจังหวัดศรีสะเกษศาลผู้ส่งความเห็นศาลปกครองอุบลราชธานีศาลผู้รับความเห็นบริษัท อ. จำกัดโจทก์มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คนจำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 ป.พ.พ. พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 คดีนี้ บริษัท อ. จำกัด โจทก์ ยื่นฟ้อง มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ ที่ 1 นางสาว พ. กับพวก ซึ่งเป็นเอกชน เป็นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อ้างว่า จําเลยที่ 1 ได้มีประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ เรื่องประกวดราคาซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็คทรอนิกส์ (e-bidding) จํานวน 14 รายการ และโจทก์ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ต่อมาจำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขาย ซื้อครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์จากโจทก์ จำนวน 14 รายการ โดยโจทก์จะต้องส่งมอบสิ่งของที่ซื้อขายให้แก่จําเลยที่ 1 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ โจทก์ได้นําหลักประกันเป็นเงินสด 84,950 บาท มามอบให้แก่จําเลยที่ 1 เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญา หลังจากลงนามในสัญญา โจทก์ได้มีหนังสือส่งมอบครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์ 14 รายการตามที่ระบุในสัญญาให้แก่จําเลยที่ 1 แต่จําเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งเป็นกรรมการตรวจรับครุภัณฑ์ กระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ตรวจรับสินค้าของโจทก์ล่าช้าไม่เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารครุภัณฑ์ภาครัฐ พ.ศ. 2560 และนําครุภัณฑ์บางรายการไปใช้โดยไม่ทำการตรวจรับและไม่ชําระเงิน ต่อมาจําเลยที่ 1 มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาตรวจรับครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์และการแพทย์โดยจําเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ได้ตรวจรับครุภัณฑ์