คำรับสารภาพก่อนฟ้องต่อหน้ากรมการอำเภอ โดยมีพยานรู้เห็นมาเบิกความ รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
คำรับของจำเลยฟังเป็นพยานหลักฐานได้ เพราะพยานที่อยู่รู้เห็นในขณะที่จำเลยให้การ และได้จดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรและเมื่อจำเลยลงลายมือชื่อไว้นั้นมาเบิกความเป็นพยานต่อศาล
ศาลฎีกาตัดสินให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่ โดยอาศัยคำรับนี้ประกอบกับหลักฐานอื่น แล้วตัดสินตามรูปคดี
ก่อนฟ้อง 3-4 เดือน จำเลยรับสารภาพต่อหน้ากรมการอำเภอ โดยมีพยานรู้เห็นจดบันทึกและจำเลยลงชื่อ ต่อมาพยานนั้นมาเบิกความในศาล
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 157/2473อัยยการภูเก็ตโจทก์นายออเซ่งเซ (บังคับอังกฤษ)จำเลย ป.วิ.อ. ลักษณพะยานคำรับที่รับก่อนฟ้องคดีเมื่อมีพะยานหลักฐานอื่นซึ่งรู้เห็นในขณะนั้นมาเปนพะยานต่อศาล ศาลรับฟังคำรับนั้นได้ย้อนสำนวนให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและตัดสินใหม่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยปลอมลายมือชื่อ ต. ขอให้ลงโทษตามกฎหมาย ก่อนที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ๓-๔ เดือน จำเลยได้รับสารภาพตรงตามฟ้องนี้ต่อหน้ากรมการอำเภอที่บ้าน ต. และในชั้นศาลเดิมจำเลยก็รับว่าได้ลงลายมือชื่อในคำรับนั้นจริง โดย ต.ชักจูงใจให้รับ จึงมีปัญหาว่าคำรับสารภาพเช่นนี้ จะมีน้ำหนักควรเชื่อได้เพียงใด ศาลเดิมตัดสินให้จำคุกจำเลย ๓ ปี ๖ เดือน ตาม ม. ๒๒๔ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลไม่ควรจะรับคำรับสารภาพของจำเลยไว้เปนพะยาน จึงตัดสินกลับให้ยกฟ้องโจทก์ ปล่อยจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า คำรับของจำเลยฟังเปนพะยานหลักฐานได้ เพราะพะยานที่อยู่รู้เห็นในขณะที่จำเลยให้การ และได้จดบันทึกเปนลายลักษณอักษรและเมื่อจำเลยลงลายมือชื่อไว้นั้นมาเบิกความเปนพะยานต่อศาล จึงตัดสินให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยใหม่ โดยอาศัยคำรับนี้ประกอบกับหลักฐานอื่น แล้วตัดสินตามรูปคดี(บัส-เทพ-วิกรม)ศาลชั้นต้น - พระวิศาลศาลอุทธรณ์ - นาย+แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ