ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5608 - 5609/2568

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5608 - 5609/2568นาง ผ.โจทก์นาย ส.จำเลย ป.พ.พ. ม. 183, ม. 191 วรรคหนึ่ง, ม. 331, ม. 333 ป.วิ.พ. ม. 295 สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2562 ข้อ 1. กำหนดว่า โจทก์ตกลงชำระเงินให้แก่จำเลย 1,500,000 บาท และจำเลยกับบริวารตกลงออกจากที่ดินพิพาท โจทก์จะชำระเงินให้จำเลยต่อเมื่อโจทก์สามารถขายที่ดินพิพาทได้ในวันโอนที่ดินพิพาทและได้รับชำระเงินจากผู้ซื้อ เมื่อจำเลยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแล้ว จำเลยและบริวารของจำเลยจะออกจากที่ดินพิพาททันที หากจำเลยและบริวารไม่ออกไปจากที่ดินพิพาทถือว่าจำเลยผิดสัญญา ยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ทันที และข้อ 2. กำหนดว่า โจทก์ตกลงให้จำเลยอยู่ทำประโยชน์ (เลี้ยงปลา) ในที่ดินพิพาท และจะยังไม่โอนที่ดินให้บุคคลอื่นเป็นระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน นับจากวันทำสัญญาฉบับนี้ โดยไม่คิดค่าเช่าจากจำเลยเป็นระยะเวลา 1 ปี หลังจากนั้นโจทก์ขอคิดค่าเช่าจำเลยปีละ 50,000 บาท คิดเป็นอัตราเดือนละ 4,160 บาท สัญญาประนีประนอมยอมความจึงมีสาระสำคัญว่า จำเลยและบริวารยินยอมออกจากที่ดินพิพาทโดยโจทก์ตกลงเสียค่าตอบแทนให้แก่จำเลยเป็นเงิน 1,500,000 บาท มีเงื่อนไขว่าโจทก์จะไม่โอนขายที่ดินพิพาทภายในเวลา 1 ปี 6 เดือน นับแต่วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และในระหว่างเวลาดังกล่าว โจทก์ยินยอมให้จำเลยเลี้ยงปลาในที่ดินพิพาทโดยไม่คิดค่าเช่าเป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้นจึงคิดค่าเช่าปีละ 50,000 บาท หรือเดือนละ 4,160 บาท ข้อตกลงว่าจะไม่โอนขายที่ดินพิพาทภายในเวลา 1 ปี 6 เดือน จึงเป็นเงื่อนเวลาเริ่มต้นที่ห้ามมิให้โจทก์ทวงถามให้ปฏิบัติการตามนิติกรรมนั้นก่อนถึงเวลากำหนดตาม ป.พ.พ. มาตรา 191 วรรคหนึ่ง ส่วนที่สัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 1. ก