ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8105/2568

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8105/2568ธนาคาร อ. โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. ผู้สวมสิทธิเป็นคู่ความแทนโจทก์นาย ศ.จำเลย ป.วิ.พ. ม. 271 วรรคสาม, ม. 298 ศาลที่จะมีการบังคับคดีแทน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 271 วรรคสาม มีอำนาจดำเนินการในกรณีที่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่โจทก์เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอ้างว่าเป็นของจำเลยลูกหนี้ตามคำพิพากษามีชื่อของบุคคลอื่นเป็นเจ้าของในทะเบียน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 นอกเหนือจากศาลที่ได้พิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีในชั้นต้น คดีสืบเนื่องมาจากศาลจังหวัดพิษณุโลกพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงิน 347,840.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13.50 ต่อปี ของต้นเงิน 285,257.65 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 11 สิงหาคม 2552) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยจำเลยจะชำระหนี้เป็นงวด งวดละเดือน เดือนละไม่น้อยกว่า 4,200 บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552 และงวดต่อไปทุกวันที่ 26 ของทุกเดือนติดต่อกันจนกว่าจะครบ หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีและบังคับจำนองได้ทันที ปรากฏว่าจำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ แต่ไม่พอชำระหนี้ คงค้างอยู่อีก 294,494.31 บาท ต่อมาโจทก์สืบพบทรัพย์สินของจำเลย ได้แก่ ที่ดินโฉนดเลขที่ 14009 และห้องชุดเลขที่ 84/51 ซึ่งจำเลยยกทรัพย์สินทั้งสองรายการให้บุคคลภายนอกโดยเสน่หาและไม่มีค่าตอบแทน โดยสำนักงานบังคับคดีพิษณุโลกให้สำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร 5 บังคับคดีแทน สำนักงานบังคับคดีแพ่งกรุงเทพมหานคร 5 เห็นว่า ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ทั้งสองรายการดังกล่าวมิใช่เป็นของจำเลย ดังนั้น โจทก์ต้องไปใช้สิทธิทางศาลก่อน โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้