ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8936/2568

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8936/2568นางสาว ร.โจทก์นาง บ. กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 1619, ม. 1733, ม. 1748, ม. 1754 การสละมรดกนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1619 บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดจะสละหรือจำหน่ายจ่ายโอนโดยประการใด ซึ่งสิทธิอันหากจะมีในภายหน้าในการสืบมรดกผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นไม่ได้ ส. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตายก่อน พ. ประมาณ 1 เดือน การตกลงรับและมอบเงินให้ ส. บิดาโจทก์จึงเป็นการแบ่งเงินให้ก่อน พ. ถึงแก่ความตาย จะถือว่า ส. บิดาโจทก์สละมรดกของ พ. แล้วไม่ได้ การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกโอนที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของ พ. เป็นของตนเองและของจำเลยที่ 2 โดยยึดถือเอาข้อตกลงกันเองระหว่างทายาทซึ่งรวมถึง ส. บิดาโจทก์ด้วย และไม่มีทรัพย์มรดกอื่นของ พ. ที่จะต้องดำเนินการจัดแบ่งกันอีก จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินดังกล่าวในส่วนของตนเองที่ได้รับโอนมาร่วมยี่สิบปี โดยไม่มีทายาทคนใดทักท้วง จึงเป็นการจัดการมรดกเสร็จสิ้นไปแล้ว ถ้าทายาทอื่นหรือโจทก์เห็นว่าข้อตกลงดังกล่าวข้างต้นไม่อาจใช้บังคับกันได้ และเห็นว่าจำเลยที่ 1 ยังมีหน้าที่ที่จะต้องจัดแบ่งที่ดินอันเป็นมรดกของ พ. ให้โจทก์ในฐานะทายาทของ ส. บิดาโจทก์ที่มีสิทธิรับมรดกแทนที่ ส. บิดาโจทก์ และทายาทคนอื่น ๆ ด้วย การแบ่งปันทรัพย์มรดกของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการจัดการมรดกนั้น โจทก์ต้องฟ้องภายในเวลาไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่การจัดการมรดกสิ้นสุดวันที่ 28 มีนาคม 2548 แต่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2564 คดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ย่อมขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง สำหรับจำเลยที่ 2 เป็นการฟ้องคดีที่พิพาทกันระหว่างทายาทที่มีสิทธิในทรัพย์มรดกด้วยกัน จึงเป็นคดีมรดก ทายาทอื่นหรือโจทก์ก็ต้องฟ้องเรียกมรดกในส่