ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8420/2568นาง จ.โจทก์นางสาว ส. กับพวกผู้ร้องนางสาว จ. ในฐานะทายาทโดยธรรมของ นาย อ.จำเลย ป.พ.พ. ม. 1629 ป.วิ.พ. ม. 322 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องทั้งสองในฐานะทายาทโดยธรรมครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๘๖๔ ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดประกาศขายทอดตลาดเป็นสัดส่วน ผู้ร้องทั้งสอง จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๘๖๔ โดยกันส่วนที่ดินตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของ ค. ซึ่งตกทอดแก่ทายาท และข้อเท็จจริงได้ความตามทางไต่สวนโดยโจทก์ไม่โต้แย้งว่า ผู้ร้องทั้งสอง อ. และ ห. เป็นบุตรของ ค. ผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๘๖๔ ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของ ค. ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๖๒๙ (๑) การยึดที่ดินดังกล่าวของโจทก์ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิในการรับมรดกของผู้ร้องทั้งสอง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๓๒๒ ผู้ร้องทั้งสองจึงมีสิทธิร้องขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๘๖๔ ตามส่วนที่ตกทอดแก่ผู้ร้องทั้งสอง คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยในฐานะทายาทโดยธรรมของนายอนิรุตหรือคำบาง ชำระเงิน 2,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โดยรับผิดไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาล โจทก์จึงร้องขอให้มีการบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 15864 มีชื่อนายอนิรุตหรือคำบางเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางคำ พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอให้กันส่วนที่ดินของผู้ร้องทั้งสองออกก่อนขายทอดตลาด โจทก์ยื่นคำคัดค