ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5959/2537

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5959/2537นาง สุมาลี บุญสมยาหรือไทยอง อาจโจทก์องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพจำเลย ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47(1), ข้อ 47(3) การพิจารณาว่าการกระทำของลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่และเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีร้ายแรงหรือไม่ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่คู่กรณีปฏิบัติต่อกันเป็นเรื่อง ๆ ไป โจทก์ต้องมาทำงานระหว่างเวลา 8 นาฬิกา ถึง 17 นาฬิกา การที่โจทก์ลงเวลาทำงานว่าโจทก์มาทำงานและเลิกงานตามเวลาโดยมีนายท่ารถยนต์โดยสารที่โจทก์ทำงานอยู่นั้นลงชื่อกำกับความถูกต้องทุกวันแสดงว่าจำเลยไม่ได้ถือว่าการลงเวลาทำงานและเลิกงานเป็นสาระสำคัญทั้งไม่ปรากฏว่าโจทก์ถูกหักค่าจ้างจากการที่มาทำงานสายและเลิกงานก่อนเวลา จึงมิใช่เป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานในกรณีร้ายแรงและไม่ถือว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ด้วยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย 22,500 บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 3,250 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 37,500 บาท ค่าจ้างส่วนที่ค้างเพราะจ่ายต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ 3,060 บาทจำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์มักมาปฏิบัติหน้าที่สายกว่าเวลาที่กำหนดและเลิกงานกลับบ้านก่อนเวลาที่กำหนดบางครั้งขาดงานติดต่อกันหลายวัน จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจแห่งประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 จึงไม่ใช้บังคับแก่จำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างชั่วคราวตกลงจ่ายค่าจ้างให้โจทก์เป็นรายวัน ไม่ปรากฏว่าหากโจทก์ม