ฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามเมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขเล็กน้อยและความผิดอยู่ในประเภทเดียวกัน
การที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ไขเล็กน้อยเพราะความผิดอยู่ในประเภทเดียวกัน จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ. 2461
ศาลฎีกาตัดสินว่าจำเลยฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยฐานรับของโจรตามมาตรา 321 ให้จำคุก 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 296 ให้จำคุก 5 ปี จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 840/2473อัยยการปราจีนบุรีโจทก์นายทำ พุดแช่มจำเลย พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ม. 3 ป.วิ.อ. กฎหมายลักษณะอาญา ม. 296, ม. 301ศาลเดิมว่ารับของโจร ศาลอุทธรณ์ว่าลักทรัพย์ ฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ถ้าโทษไม่เกิน 5 ปี (เทียบฎีกาที่ 803/70)ศาลเดิมตัดสินวางบทลงโทษจำเลยฐานรับของโจรตาม ม.๓๒๑ ให้จำคุก ๒ ปี ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๙๖ ให้จำคุก ๕ ปี จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง ศาลฎีกาตัดสินว่า ที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินนั้นเปนการแก้ไขเล็กน้อย เพราะเปนความผิดอยู่ในประเภทเดียวกัน จำเลยถวายฎีกาในข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตาม ม.๓ แพ่ง พรบฎีกาอุทธรณ์ ตามตัวอย่างฎีกาที่ ๘๐๓/๒๔๗๐(นล-ศรี-หริศ)ศาลชั้นต้น - นายศิริ สุคนธรักษ์ศาลอุทธรณ์ - พระเทพปัญญาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ