การกระทำของจำเลย ข. เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์หรือลักทรัพย์
ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลย ข. ได้ใช้กำลังทำร้ายหรือขู่เข็ญจะทำร้ายผู้เสียหาย จึงมีความผิดเพียงฐานลักทรัพย์ตามมาตรา 293 ซึ่งอยู่ในประเภทเดียวกับที่โจทก์ฟ้อง ศาลลงโทษได้
ศาลฎีกาตัดสินแก้ศาลล่างให้จำคุกจำเลย 3 ปี
จำเลย ด. ตีผู้เสียหายด้วยไม้ตะพด 2 ทีจนล้มลง จากนั้นจำเลย ข. ถือไม้ตะพดเข้าล้วงเอาธนบัตรในกระเป๋าที่คาดเอวผู้เสียหายไป 50 บาท แล้ววิ่งหนี โดยไม่ปรากฏว่าจำเลย ข. ได้ใช้กำลังทำร้ายหรือขู่เข็ญผู้เสียหาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 983/2473อัยยการปทุมธานีและนายก๊วงโจทก์นายแดง นายเชื้อ กับพวกจำเลย อาชญา ม. 299, ม. 293 วิธีพิจารณาอาชญา จำเลยถือไม้ตะพดเข้าล้วงเอาทรัพย์ในกะเป๋าเจ้าทรัพย์แล้ววิ่งหนีไปมีผิดฐานลัก หาใช่ฐานชิงทรัพย์ไม่ วิธีพิจารณาอาชญา ฟ้องขอให้ลงโทษฐานปล้น ได้ความว่าลักลงโทษได้ เพราะอยู่ในประเภทเดียวกันได้ความว่า ด.และ ข. จำเลยจะมาเล่นไพ่กับ ก.เจ้าทรัพย์ซึ่งได้รับอาชญาบัตร์ แต่ยังไม่ทันได้เล่น ด.จำเลยเอาไม่ตะพดตี ก. ๒ ทีบาดเจ็บไม่สาหัส ก.ล้มลง ข.จำเลยถือไม้ตะพดตรงเข้าล้วงเอาธนบัตร์ในกะเป๋าที่คาดสะเอว ก.ไป ๕๐ บาท แล้ววิ่งหนีไปดังนี้ โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๓๐๑ - ๒๕๔ ศาลเดิมและศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีไม่ได้ความว่า ด. และ ข. จำเลยได้สมคบกันมา จึงตัดสินว่า ด.จำเลยมีผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ม.๒๕๔ ให้จำคุก ๔ เดือน ข.จำเลยมีผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๒๙๙ ให้จำคุก ๕ ปี ข.จำเลยผู้เดียวฎีกาข้อกฎหมายว่า จำเลยมีผิดเพียงฐานลักทรัพย์ หาใช่ชิงไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า ข.จำเลยได้ใช้กำลังทำร้ายหรือขู่เข็ญจะทำร้าย ก.อย่างใด ข.จำเลยมีผิดเพียงฐานลักทรัพย์ตาม ม.๒๙๓ ข้อ ๑-๗ ความผิดบทนี้อยู่ในประเภทเดียวกับที่โจทก์ฟ้อง ศาลลงโทษจำเลยได้ จึงตัดสินแก้ศาลล่างให้จำคุกจำเลย ๓ ปี(วิกรม-ศรี-นล)ศาลชั้นต้น - หลวงบริรักษ์จรรยาวัฒน์ศาลอุทธรณ์ - พระยานนท์ธรรมธาดาแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ