ลูกหนี้หลอกเอาโฉนดที่ให้เป็นประกันเงินกู้จากเจ้าหนี้แล้วโอนขายให้ผู้อื่น ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง และการแจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าได้ชำระหนี้แล้ว
เจ้าพนักงานที่ดินไม่มีหน้าที่รับแจ้งความเรื่องการชำระหนี้สิน ดังนั้นการแจ้งเท็จว่าได้ชำระหนี้แล้วจึงไม่เป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ และการที่เจ้าหนี้ยึดโฉนดไว้เป็นประกันไม่ทำให้เจ้าหนี้มีสิทธิเหนือที่ดิน ลูกหนี้ยังมีสิทธิโอนให้ผู้อื่นได้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องในคดีอาญา คงตัดสินยืนในคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้อง ส. จำเลย
ส. กู้เงินโจทก์ 2,350 บาท และมอบโฉนดเป็นประกัน ต่อมาหลอกโจทก์ว่าจะโอนที่ดินชำระหนี้ โจทก์จึงนำโฉนดไปส่งให้เจ้าพนักงาน จำเลยทั้งสองสมคบกันแจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานว่า ส. ชำระหนี้แล้ว ขอให้โอนขายที่ดินให้ ต. เจ้าพนักงานทำสัญญาซื้อขายให้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 991/2473นายเปงชุนโจทก์นางสิน นายตาบจำเลย อาชญา ม. 118, ม. 226, ม. 304, ม. 309 วิธีพิจารณาอาชญา ป.พ.พ. ลูกหนี้ไปหลอกเอาโฉนดที่ให้เปนประกันเงินกู้จากเจ้าหนี้มาแล้วโอนขายให้ผู้อื่นต่อไปนั้น ลูกหนี้ไม่มีผิดฐานฉ้อโกง เจ้าพนักงานที่ดินไม่มีหน้าที่รับแจ้งความเรื่องการชำระหนี้สิน เมื่อผู้ใดไปแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานว่าได้ใช้เงินให้แก่เจ้าหนี้แล้ว จึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จ วิธีพิจารณาอาชญา แพ่ง ฟ้องคดีอาชญาปนแพ่งต้องเรียกค่าธรรมเนียมอย่างคดีแพ่งที่ดินได้ความว่า ส.จำเลย กู้เงินโจทก์ไป ๒๓๕๐ บาท และมอบโฉนดซึ่งมีชื่อ ส.และสามีให้ไว้เปนประกัน ต่อมา ส.ไปหลอกลวงโจทก์ว่าจะขอโอนโฉนดรับมฤดกสามี แล้วจะโอนที่ให้แก่โจทก์เพื่อเปนการชำระหนี้ โจทก์จึงนำโฉนดไปส่งให้เจ้าพนักงาน จำเลยทั้ง ๒ สมคบกันแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานว่า ส.ใช้เงินกู้แก่โจทก์แล้ว ขอให้ทำสัญญาโอนขายที่นี้ให้แก่ ต.จำเลย เจ้าพนักงานจึงทำสัญญาซื้อขายให้ บัดนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกง ฐานแจ้งความเท็จ ฐานปลอมหนังสือ และขอให้ทำลายการโอน กับให้จำเลยใช้เงิน ๒๘๐๐ บาท ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๒๖-๓๐๙ ให้จำคุกไว้คนละ ๑ ปี และให้ทำลายการโอน กับให้ ส.จำเลยใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับ ให้ยกฟ้องในคดีอาชญาคงตัดสินยืนในคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้อง ส.จำเลย โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อที่จำเลยแจ้งแก่เจ้าพนักงานว่า ส.ใช้หนี้โจทก์แล้วนั้น เจ้าพนักงานที่ดินหามีหน้าที่รับแจ้งความเรื่องเช่นนี้ไม่ ฉะนั้นจำเลยจึงไม่มีผิดฐานแจ้งความเท็จ และการที่โจทก์ยึดโฉนดของ ส. ไว้ ก็เปนแต่ ส.แสดงหลักฐานแก่โจทก์เท่านั้น ส.มีสิทธิโอนให้ผู้ใดก็ได้