ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิในการฎีกาตามหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี และการรับฟังคำรับสารภาพที่ให้ไว้ต่อกงสุล
คู่ความมีสิทธิฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายตามหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีระหว่างกรุงสยามกับกรุงอังกฤษ ค.ศ.1909 และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 3 ใช้เฉพาะคดีแพ่ง ส่วนคำรับสารภาพของจำเลยที่ให้ไว้ต่อกงสุลเยเนาร์ราลด้วยความสมัครใจ โดยไม่มีผู้มีอำนาจล่อลวง ศาลรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้
ศาลฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย โดยวินิจฉัยว่าคำรับสารภาพของจำเลยที่ให้ไว้ต่อกงสุลด้วยความสมัครใจรับฟังได้ แต่ไม่ปรากฏผลคดีชัดเจน
โจทก์เป็นบริษัทอังกฤษจดทะเบียนก่อนสัญญา และจำเลยให้คำรับสารภาพต่อกงสุลเยเนาร์ราลด้วยความสมัครใจ โดยไม่มีผู้มีอำนาจล่อลวง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2469อัยการเชียงใหม่ และ บริษัทบอมเบเบอร์ม่าโจทก์นายเรือนล. ป.วิ.อ. ฎีกาอุทธรณ์ สัญญาทางพระราชไมตรี คำรับสารภาพต่อกงสุลในคดีที่โจทย์เปนบริษัทอังกฤษจดทะเบียนก่อนสัญญา ต้องพิจารณาตามหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรีระหว่างกรุงสยามกับกรุงอังกฤษ ค.ศ.๑๙๐๙ คู่ความมีสิทธิจะทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกาได้แต่ในปัญหาข้อกฎหมายเท่านั้น พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๓ นั้นสำหรับใช้เฉภาะคดีแพ่ง คำรับสารภาพของจำเลยที่ได้ให้ไว้ต่อกงสุลเยเนาร์ราลนั้น เมื่อจำเลยได้รับสารภาพด้วยความสมัคใจโดยไม่มีผู้ที่มีอำนาจล่อลวงแล้วศาลยอมรับไว้พิจารณาได้ (ซีเนียร พรหมทัต บัสซาด)()แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ