ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6575/2537

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการหย่าและการแบ่งสินสมรสระหว่างโจทก์และจำเลย

หลักกฎหมาย

การสมรสที่เกิดขึ้นก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เดิม ย่อมชอบด้วยกฎหมายตามพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 พ.ศ.2477 มาตรา 4(1) และการจดทะเบียนสมรสในภายหลังไม่ทำให้ความสัมพันธ์เกี่ยวกับทรัพย์สินเปลี่ยนแปลงไป การแบ่งสินสมรสจึงต้องใช้กฎหมายลักษณะผัวเมียบังคับ ที่ดินที่ได้มาก่อนจดทะเบียนสมรส

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากันมาตั้งแต่ปี 2476 ก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เดิม และต่อมาจดทะเบียนสมรสกันเมื่อปี 2512 จำเลยฟ้องแย้งขอให้หย่าโดยอ้างเหตุว่าโจทก์จงใจทิ้งร้างจำเลยเกินกว่าหนึ่งปี โจทก์แถลงรับข้อเท็จจริงดังกล่าว ที่ดินโฉนดเลขที่ 1875 บุตรสาวของจำเลยยกให้จำเลยโดยเสน่หาเม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6575/2537นาย เชาวน์หรือเฉาก๊กหรือชอก๊ก จิวะกูร หรือแซ่จิวโจทก์นาง มณีรัตน์หรือเอี่ยมุยเซียงหรือม่วยจง จิวะกูรหรือแซ่ เจียจำเลย ป.พ.พ. ม. 1464 (3), ม. 1466, ม. 1471 (3), ม. 1474 (2) กฎหมายลักษณะผัวเมีย บทที่ 68 ป.วิ.พ. ม. 84 (1) พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 ม. 4, ม. 5 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 ม. 4 จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันโดยอ้างเหตุว่าโจทก์จงใจทิ้งร้างจำเลยเกินกว่าหนึ่งปี โจทก์แถลงรับว่าโจทก์มีเจตนาทิ้งร้างจำเลยตามฟ้องแย้งและศาลชั้นต้นได้จดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา ทนายจำเลยลงชื่อโดยไม่โต้แย้งคัดค้าน และต่อมาโจทก์ยื่นคำแถลงรับข้อเท็จจริงนี้อีก แม้จะมิได้ส่งสำเนาให้จำเลยมีโอกาสคัดค้านก็ตาม ข้อเท็จจริงเป็นอันรับฟังได้ตามฟ้องแย้งโดยคู่ความไม่ต้องนำสืบข้อเท็จจริงในประเด็นนี้อีก โจทก์จำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากันมาก่อนใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 เดิม แม้ต่อมาจดทะเบียนสมรสกันเมื่อปี 2512ก็ไม่กระทบกระเทือนถึงการสมรสและความสัมพันธ์ในครอบครัวอันเกิดแต่การสมรสตามกฎหมายเดิม ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ. 2519 มาตรา 4 และพระราชบัญญัติ ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2477 มาตรา 4 และมาตรา 5การแบ่งสินสมรสระหว่างโจทก์จำเลยจึงต้องใช้กฎหมายลักษณะผัวเมียบังคับ จำเลยได้ที่ดินมาเมื่อปี 2511 ก่อนโจทก์จำเลยจดทะเบียนสมรสกันและเป็นเวลาที่พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2477 ใช้บังคับ โดยบุตรสาว