การนิ่งไม่คัดค้านเมื่อทราบว่าบิดาเอาสิ่งปลูกสร้างของตนไปขาย ถือว่าเป็นการยอมให้ขายหรือไม่
การนิ่งไม่ถือว่ายอม การที่จำเลยไม่คัดค้านเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะถือว่าจำเลยยอม ต้องปรากฏว่าจำเลยได้แสดงอย่างใดอย่างหนึ่งเป็นการยอม
ให้ยกฟ้องโจทก์
บุตรอาศัยปลูกเรือนในที่ดินของบิดา บิดาขายที่ดินรวมทั้งเรือนของบุตรให้แก่บุคคลภายนอก บุตรทราบแต่ไม่คัดค้าน โจทก์ฟ้องขับไล่บุตร
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2467นางปรุง เทพหัสดิน ณ กรุงเทพโจทก์นางอาลิมะ ( สับเยกอังกฤษ )ล. ป.วิ.พ. คนอังกฤษจดทะเบียนหลังสัญญาเปนจำเลยฎีกาได้เฉภาะปัญหากฎหมาย นิ่งไม่ถือว่ายอมอ.บุตร ม.ได้อาศรัยปลูกเรือนอยู่ในที่ดินของ ม.บิดา ม.ได้ทำกรมธรรมขายที่ดินรวมทั้งเรือนของ อ.ให้แก่ ป. ป.ฟ้องขับไล่ อ.ออกจากเรือน ศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ ตัดสินว่า อ.จำเลยทราบเรื่องบิดาขายที่ดินแลเรือนแล้ว แต่ไม่คัดค้าน การที่ อ.ไม่คัดค้านต้องถือว่าเปนการยอมให้ขาย ให้ขับไล่ อ. อ.ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า อ.เปนคนในบังคับอังกฤษจดทะเบียนภายหลังสัญญา ปี ค.ศ. ๑๙๐๙ ฎีกาได้แต่ในข้อกฎหมาย ข้อที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า อ.ทราบเรื่องที่บิดาเอาเรือนของตนไปทำสัญญาขายแล้วไม่คัดค้าน ถือว่าเปนการยอมนั้น กรรมการไม่เห็นด้วย เพราะนัยแห่งกฎหมายธรรมดา " การนิ่งไม่ถือว่ายอม " ที่จะให้ถือว่าจำเลยยอมต้องปรากฎว่าจำเลยได้แสดงอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช่เพียงแต่นิ่งไม่คัดค้านเท่านั้น ศาลอุทธรณ์ไม่ได้ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำอะไรเป็นการแสดงว่ายอม ฤาได้กระทำอะไรเป็นการกระทำให้โจทย์หลงแล้ว โจทย์จะชนะคดีไม่ได้ให้ยกฟ้องโจทย์(มโน-บัส-เนียล)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ