ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และการนับโทษจำคุกแทนค่าปรับรวมกับโทษจำคุก 20 ปี
มูลกรณีเกิดจากการวิวาทกันก่อน แล้วจำเลยจึงทำร้ายเขาเช่นนี้ จะฟังว่าทำโดยป้องกันไม่ได้ และถ้าจะต้องจำคุกแทนค่าปรับแล้ว ก็ให้นับรวมอยู่ในโทษจำคุก 20 ปีด้วย
ศาลฎีกาพิพากษาแก้เฉพาะข้อที่ให้ปรับจำเลย 100 บาท ถ้าไม่เสียให้จัดการตามมาตรา 18 โดยให้จำคุกแทนค่าปรับรวมอยู่ในโทษ 20 ปี นอกจากนี้คงตัดสินยืนตาม
จำเลยกับผู้ตาย (ง.) วิวาททุ่มเถียงและใช้อิฐขว้างกันแต่ไม่ถูก ง. ร้องว่าเลี๊ยะและถือก้อนอิฐลงไปในเรือจำเลย จำเลยใช้ปืนยิง ง. ตาย ต. พวกของ ง. เข้าไปจะต่อสู้กับจำเลย จำเลยยิงซ้ำถูก ต. ได้รับบาดเจ็บ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 92/2474อัยยการจันททบุรีโจทก์นายนี วงษ์กรจำเลย อาชญา ม. 249, ม. 50, ม. 71 วิธีพิจารณาอาชญา อย่างไรเรียกว่าป้องกัน คดีที่จำเลยทำผิดหลายกระทงศาลลงโทษจำคุก 20 ปี กับให้ปรับอีกด้วยนั้น ถ้าจะต้องจำแทนค่าปรับแล้วให้นับรวมอยู่ในโทษ 20 ปีจำเลยกับ ง.ผู้ตายได้วิวาททุ่มเถียงแลใช้อิฐขว้างซึ่งกันแลกัน แต่ไม่ถูก ง.ร้องว่าเลี๊ยะ และถือก้อนอิฐลงไปในเรือจำเลย ๆ ใช้ปืนยิง ง.ตาย ต.พวก ง.จึงเข้าไปจะต่อสู้กับจำเลย ๆ ยิงซ้ำอีกถูก ต.มีบาดเจ็บดังนี้ ศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินว่า จำเลยมีผิด ๓ กะทง คือ ฐานฆ่าคนตายกะทงหนึ่ง ฐานผิด พ.ร.บ.อาวุธยืนกะทงหนึ่ง แลฐานพยายามฆ่าคนอีกกะทงหนึ่ง ให้จำคุกจำเลยไว้ ๒๐ ปี แลปรับ ๑๐๐ บาท ถ้าไม่เสียค่าปรับให้จัดการตาม ม.๑๘ ศาลฏีกาเห็นว่า มูลกรณีเกิดจากการวิวาทกันก่อน แล้วจำเลยจึงทำร้ายเขาเช่นนี้ จำจะฟังว่าทำโดยฟ้องกันไม่ได้ ที่ศาลล่างวางบทลงโทษจำเลยขอยแล้ว แต่ข้อที่ให้ปรับจำเลย ๑๐๐ บาท ถ้าไม่เสียให้จัดการตาม ม.๑๘ นั้น เห็นว่าถ้าจะต้องจำคุกแทนค่าปรับแล้ว ก็ให้นับรวมอยู่ในโทษ ๒๐ ปีด้วยตามฏีกาที่ ๕๐๖/๒๔๖๘,๒๒๓/๒๔๖๘ นอกจากนี้คงตัดสินยืนตาม(หริศ-นล-วิกรม)ศาลชั้นต้น - พระทิพย์ปัญญาศาลอุทธรณ์ - พระมนูภาณแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ