ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการฎีกาในคดีอาญา ตาม พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 มาตรา 3
เมื่อศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นในทางที่ลดโทษลงมาก (จากจำคุก 10 ปี เป็น 3 ปี และ 2 ปี) ถือเป็นการแก้มาก คู่ความจึงมีสิทธิฎีกาได้ตาม พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 มาตรา 3
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยคนละ 10 ปี ตามมาตรา 249-60; ศาลอุทธรณ์แก้เป็นจำคุกนายสุด 3 ปี นายน้อย 2 ปี ตามมาตรา 256 ข้อ 8; ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41/2475อัยยการอยุธยาโจทก์นายสุด นายน้อยจำเลย วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ม. 3ศาลเดิมวางบท 249 - 60 จำคุกจำเลย 10 ปี ศาลอุทธรณ์แก้วางบท 256 ข้อ 8 จำคุกจำเลย 3 ปี เป็นแก้มากฎีกาได้ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม. ๒๔๙ - ๖๐ ให้จำคุกจำเลยคนละ ๑๐ ปี ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยมีผิดตาม ม. ๒๕๖ ข้อ ๘ ให้จำคุก ส. ๓ ปี น. ๒ ปี ศาลฎีกาตัดสินยื่นตาม(พรหม-วิกรม-มนธา)ศาลชั้นต้น - หลวง+พิศาลโสภณศาลอุทธรณ์ - พระยาพหุ+ราชแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ