ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1220/2473

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ และศาลฎีกามีอำนาจปล่อยจำเลยในคดีที่โจทก์ฝ่ายเดียวฎีกาหรือไม่

หลักกฎหมาย

การกระทำของจำเลยเข้าในลักษณะป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุตามมาตรา 50 และแม้จำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านขึ้นมา แต่เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยไม่ควรต้องรับอาชญา ก็มีอำนาจปล่อยจำเลยได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ ให้ปล่อยตัวจำเลยไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยด่าท้าทายผู้ตาย แต่เมื่อผู้ตายจะมาทำร้ายและมีผู้ห้ามไว้ จำเลยยินยอม แสดงว่าจำเลยไม่สมัครจะวิวาทกับผู้ตายต่อไปแล้ว แต่ผู้ตายยังติดตามเข้าทำร้ายจำเลยถึงในห้อง ขณะจำเลยล้มลงแล้วผู้ตายยังเข้าซ้ำเติมบีบคอและใช้เข่าทับท้องจำเลยไว้ ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต จำเลยจึงใช้มีดแทงผู้ตาย

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1220/2473อัยยการสุราษฎร์ธานีโจทก์นายแก้วจำเลย อาชญา ม. 50 วิธีพิจารณาอาชญา อย่างไรเรียกว่าป้องกันพอสมควรแก่เหตุ วิธีพิจารณาอาชญา ศาลฎีกามีอำนาจปล่อยจำเลยในคดีที่โจทก์ฝ่ายเดียวฎีกาขึ้นมาคดีนี้ศาลเดิมตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๔๙ ให้จำคุก ๑๕ ปี ศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๕๑ ให้จำคุก ๓ ปี โดยเห็นว่าจำเลยกับผู้ตายได้สมัคร์เข้าวิวาท แลการทำร้ายได้เกิดขึ้นในเวลาชุลมน จะฟังว่าจำเลยชุลมุน จะฟังว่าจำเลยแทงผู้ตายโดยเจตนาจะฆ่าไม่ได้ โจทก์ฎีกาแต่ฝ่ายเดียว (จำเลยไม่ได้ฎีกา) ศาลฎีกาเห็นว่า แม้จำเลยจะด่าท้าทายผู้ตายขึ้นก็ดี แต่เมื่อผู้ตายจะมาทำร้ายจำเลยแลมีผู้ห้ามไว้ จำเลยก็ยินยอม แสดงว่าจำเลยไมสมัคร์จะวิวาทกับผู้ตายต่อไปแล้ว แต่ผู้ตายยังติดตามเข้าทำร้ายจำเลยถึงในห้อง ขณะเมื่อจำเลยล้มลงแล้วผู้ตายยังเข้าซ้ำเติมบีบคอแลใช้เข่าทับท้องจำเลยไว้ ซึ่งอาจเปนอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ที่จำเลยใช้มีดแทงผู้ตาย จึงเข้าในลักษณป้องกันชีวิตพอสมควรแก่เหตุตามมาตรา ๕๐ แม้จำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านขึ้นมาก็ดี เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าจำเลยไม่ควรต้องรับอาชญาก็มีอำนาจปล่อยจำเลยได้ จึงตัดสินกลับศาลอุทธรณ์ ให้ปล่อยตัวจำเลยไป(พรหม-พิพาก-วิชัย)ศาลชั้นต้น - พระอินทปริญญาศาลอุทธรณ์ - พระยานะหุษราชแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ