การเอาผ้ารัดคอเพื่อข่มขืนชำเราและผู้เสียหายตายเพราะถูกรัดคอ เป็นความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนาตามมาตรา 249 หรือ 250
เรื่องเจตนาเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ และคำรับในชั้นไต่สวนที่ถูกปฏิเสธในชั้นศาล เมื่อไม่มีพยานประกอบ ฟังไม่ได้
ให้แก้บทลงโทษจำเลยเป็นมาตรา 249 ตามที่ศาลเดิมวางมา
จำเลยจับ ม. มัดมือและเอาผ้ารัดคอจน ม. ตาย โดยจำเลยอ้างว่าไม่มีเจตนาจะทำให้ถึงตาย แต่ทำเพื่อข่มขืนชำเราเท่านั้น หาก ม. ขัดขืนดิ้นรนผ้ารัดคอแน่นเข้าจึงตาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1225/2473กรมอัยยการโจทก์นายเตอร์ตินจำเลย อาชญา ม. 249, ม. 250, ม. 43 วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 เอาผ้ารัดคอเพื่อข่มขืนชำเราแลเขาตายเพราะถูกรัดคอดังนี้ มีผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา วิธีพิจารณาอาชญาเจตนาหรือไม่เปนปัญหาข้อเท็จจริงคำรับชั้นไต่สวนที่ปฏิเสธชั้นศาล เมื่อไม่มีพะยานประกอบฟังไม่ได้ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ คู่ความบังคับฝรั่งเศสฎีกาได้แต่ปัญหากฎหมายได้ความว่าจำเลยจับ ม.มัดมือแลเอาผ้ารัดคอ จน ม.ตาย โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๕๐ แต่จำเลยคัดค้านว่าไม่มีเจตนาจะทำให้ถึงตาย การที่จำเลยเอาผ้ารัดคอ ม.ก็เพื่อจะข่มขืนชำเราเท่านั้น หาก ม.ขัดขืนดิ้นรนผ้ารัดคอแน่นเข้าจึงตายดังนี้ ศาลต่างประเทศตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๔๙ ให้ประหารชีวิตจำเลย ศาลอุทธรณ์ตัดสินลงโทษจำเลยยืนตามศาลเดิม แต่ให้แก้บทลงโทษเปน ม.๒๕๐ จำเลยฎีกาคัดค้านว่าศาลอุทธรณ์วางบทลงโทษจำเลยตาม ม.๒๕๐ ข้อ ๓ ยังมิชอบแลขอลดโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในเรื่องเจตนานั้นเปนปัญหาข้อเท็จจริง เพราะฉะนั้นศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ แต่ที่ศาลอุทธรณ์วางบทลงโทษจำเลยตาม ม.๒๕๐ ข้อ ๓ นั้นยังมิชอบ แม้จำเลยจะรับว่ามีสาเหตุกับสามี ม.มาก่อนก็ดี แต่เมื่อมาถึงศาลจำเลยได้ปฏิเสธถ้อยคำนี้เสีย ทั้งโจทก์ก็ไม่มีพะยานมาเบิกความประกอบด้วย คำรับของจำเลยในข้อที่ว่ามีสาเหตุนั้นจึงฟังไม่ได้ จึงให้แก้บทลงโทษจำเลยเปน ม.๒๔๙ ตามที่ศาลเดิมวางมา(มนู-พรหม-บัส)ศาลชั้นต้น - พระยากฤ+ศาลอุทธรณ์ - พระยาธรรมสารเวทย์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ