ปัญหาข้อกฎหมายว่าด้วยการฎีกาได้เฉพาะตัวนายอ่อนเท่านั้น ส่วนนายเที่ยงและนายยิ้มคดีต้องห้ามฎีกาตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 มาตรา 3
คดีที่ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ไขแต่เพียงเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 มาตรา 3
โจทก์ฎีกาได้แต่เฉพาะตัวนายอ่อนเท่านั้น ส่วนนายเที่ยงและนายยิ้มนั้น ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ไขแต่เพียงเล็กน้อย คดีต้องบทห้ามตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 มาตรา 3 โจทก์ฎีกาไม่ได้
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามลักโค ศาลชั้นต้นลงโทษฐานรับรองของโจร จำคุกคนละ 5 ปี ลดโทษนายเที่ยงและนายยิ้มที่รับสารภาพเหลือคนละ 3 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้เป็นลงโทษนายเที่ยงและนายยิ้มจำคุกคนละ 3 ปี ลดกึ่งหนึ่งเหลือคนละ 1 ปี 6 เดือน และให้ปล่อยนายอ่อน โจทก์ฎีกาว่านายอ่อนควรผิดและลงโทษเบาไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 311 - 312/2469อัยการอุตรดิฐโจทก์นายเที่ยง นายยิ้ม นายอ่อนล. ป.วิ.อ. พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ม. 3แก้ไขเล็กน้อยโจทย์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้ง ๓ ลักโค ฯ ศาลเดิมตัดสินลงโทษจำเลยฐานรับรองของโจรให้จำคุกจำเลยไว้คนละ ๕ ปี แต่ปราณีย์ลดโทษนายเที่ยง นายยิ้มซึ่งให้การรับสารภาพตามมาตรา ๕๙ เสีย ๑ ใน ๓ คงให้จำคุกนายเที่ยงนายยิ้มคนละ ๓ ปี ๔ เดือน ฯ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าศาลเดิมลงโทษแรงเกินไป จึงพิพากษาแก้คำตัดสินศาลเดิม ให้ลงโทษนายเที่ยง นายยิ้มจำคุกคนละ ๓ ปี ลดฐานปราณีย์กึ่งหนึ่ง คงให้จำคุกนายเที่ยง นายยิ้มคนละ ๑ ปี ๖ เดือน ส่วนนายอ่อนจำเลยนั้น พยานหลักฐานโจทย์ไม่พอ จึงให้ปล่อยไป ฯ โจทย์ฎีกาว่านายอ่อนควรมีผิด แลศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยเบาไป ฯ ฎีกาตัดสินว่า โจทย์ฎีกาได้แต่ฉะเพาะตัวนายอ่อนเท่านั้น ส่วนนายเที่ยง นายยิ้มจำเลยนั้น ศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ไขแต่เพียงเล็กน้อย คดีต้องบทห้ามตาม พ.ร.บ. ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ. ๒๔๖๑ มาตรา ๓ โจทย์ฎีกาไม่ได้ฯ(หริศ-นรเนติ-พิจารณา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ