ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2474

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2474นายดีโจทก์นางเพิ่มจำเลยนายพุดผู้ร้องขัดทรัพย์ ป.พ.พ. ม. 38 - 143 ป.วิ.พ. หน้าที่นำสืบ ตามมาตราข้างบนนี้เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้จะต้องนำสืบว่าผัวรู้เห็นยินยอมด้วยเรื่องนี้จำเลยแพ้ความโจทก์เรื่องกู้เงิน โจทก์จึงนำยึดที่ดินซึ่งบิดาจำเลยโอนให้จำเลยเมื่อจำเลยกับผู้ร้องเป๊นสามีภรรยากันแล้ว ผุ้ร้องจึงร้องขัดทรัพย์ ศาลเดิมเห็นว่าที่ดินนั้นเป็นสินบริคณห์ ผู้ร้องไม่รู้เห็นในการกู้เงินดจทก์ผู้ร้องไม่ต้องรับผิด ให้ถอนการยึด ศาลอุทธรณ์ เห็นว่าเป๊นหน้าที่ของผู้ร้องจะต้องแสดงว่าไม่รู้เห็นยินยอมให้จำเลยกู้ แต่จำเลยกับผู้ร้องอยู่ร่วมเรือนเดียวกันจึงสันนิษฐานว่าผู้ร้องรู้เห็นด้วยเมื่อผู้ร้องรู้หรือควรรู้ว่ามีการกู้ แต่ไม่บอกเลิกเก็บภายใน ๑ ปีย่อมหมดสิทธิที่จะบอกเลิก จึงตัดสินให้ยึดที่ดินนั้นได้ ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้เปนหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบว่าผู้ร้องได้รู้เห็นยินยอมในการที่จำเลยกู้เงิน ไม่ใช่หน้าที่ของผู้ร้องจะต้องนำสืบว่าไม่รู้เห็น ศาลฎีกาไม่ฟังว่าผู้ร้องได้รู้หรือควรรู้ในการที่จำเลยกู้เงินโจทก์ และอายุความ ๑ ปี บอกเลิกโมฆียะกรรมนั้นก็ไม่เกี่ยวกับประเด็น จึงตัดสินยืนตามศาลเดิม ให้ถอนการยึด(พรหม-พิพาก-วิกรม)ศาลชั้นต้น - หม่อมเจ้าวุฒิภาคศาลอุทธรณ์ - พระมนูภาณฯแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ