ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 532/2475ขุนอนุสร ศุภกิจโจทก์พระไกรกรีชาที่ 1 หลวงไววิธีทัพที่ 2จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย ร.ศ.127 ให้ใช้ฉะเพาะในมณฑลกรุงเทพฯจะฟ้องคนในมณฑลอื่นให้เป็นคนล้มละลายไม่ได้ วิธีพิจารณาแพ่ง ม. 6-9 พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม.11 เมื่อจำเลยมีภูมิลำเนาในกรุงเทพฯได้กู้เงินเขาไปภายหลังย้ายภูมิลำเนาแลทรัพย์สมบัติไปอยู่เมืองประจวบ เจ้าหนี้ฟ้องล้มละลายไม่ได้ได้ความว่าเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๗๐ จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๑๒๐๐ บาท ในขณะที่ทำสัญญานั้นจำเลยทั้งบ้านเรือนอยู่ที่จังหวัดธนบุรี ครั้นปลาย พ.ศ. ๒๔๗๐ จำเลยทั้งสองได้ย้ายภูมิลำเนาไปอยู่จังหวัดประจวบคิรีขันข์และทำมาหากินอยู่ที่นั่น ส่วนในกรุงเทพฯจำเลยไม่มีภูมิลำเนาหรือทรัพย์สมบัติแล้วดังนี้ ศาลแพ่งเห็นว่า โจทก์จะฟ้องให้จำเลยเป็นคนล้มละลายไม่ได้ เพราะ พ.ร.บ.ล้มละลาย ร.ศ. ๑๓๐ นั้นใช้ฉะเพาะกรุงเทพฯจึงพิพากษาให้ยกฟ้องของโจทก์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นคนล้มละลาย ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลแพ่งว่า แม้พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ร.ศ. ๑๒๗ ม. ๑๑ จะให้อำนาจศาลแพ่งพิจารณาความได้ทั่วพระราชอาณาเขตต์ก็ดี แต่สำหรับคดีล้มละลายจำกัดใช้เพียงในเขตต์มณฑลกรุงเทพฯ(นล-ศรี-วิกรม)ศาลชั้นต้น - หลวงจำรูญเนติลักษณ์ศาลอุทธรณ์ - พระยามนธาฯแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ