ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2494

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 67/2494พระภิกษุ ภู่ทองโจทก์นายเฉลิม เหริยญณรงค์ล. ป.วิ.อ. ม. 2 (5), ม. 5 (1) พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 ประมวลระเบียบวิธีพิจารณาวินิจฉัยอธิกรณ์ พ.ศ.2486 ประมวลระเบียบวิธีพิจารณาวินิจฉัยอธิกรณ์ พ.ศ.2486 นั้น เป็นเพียงระเบียบการทางพระวินัย ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.สงฆ์ 2484 มาตรา 51 มิได้ บัญญัติให้ถือว่าระเบียบวิธีพิจารณาวินิจฉัยอธิกรณ์ที่ออกตาม พ.ร.บ.เป็นกฎหมาย จึงย่อมถือได้เพียงว่า เป็นระเบียบการที่ออกตาม พ.ร.บ.เท่านั้น ฉะนั้นพระภิกษุในฐานะเป็นบิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของบุตรซึ่งเป็นผู้เยาว์ ย่อมมีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษผู้ที่ทำร้ายบุตรของตนในทางอาญาได้ตาม ป.วิ.อาญา ม.5(1)โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของ ด.ช.สวง ภู่ทอง เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๔๙๒ เวลาเช้ามืด จำเลยใช้มีดทำร้ายร่างกายเด็กชายสวง ภู่ทอง มีบาดเจ็บสาหัสทำให้รูปหน้าเสียโฉมติดตัวตลอดชีวิต ขอให้ลงโทษจำเลยตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๕๔ - ๒๕๒ ( ๖ ) ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า ประมวลระเบียบวิธีพิจารณาวินัยอธิกรณ์มาตรา ๓ ซึ่งประกาศให้ใช้ตามสังฆาณัติให้ใช้ประมวลระเบียบวิธีวินิจฉัยอธิกรณ์ พ.ศ. ๒๔๘๖ ได้บัญญัติห้ามไว้มิให้พระภิกษุฟ้องความ จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลระเบียบวิธีพิจารณาวินิจฉัยอธิกรณ์ที่กล่าวนี้ เป็นเพียงระเบียบการทางพระวินัย ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์การทางพระวินัย ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๑ ซึ่งตามมาตรานี้ มิได้บัญญัติให้ถือว่าระเบียบวิธีพิจารณาวินิจฉัยอธิกรณ์ที่ออกตาม พ.ร.บ. เป็นกฎหมาย จึงย่อมถือไม่เพียงว่าประ