การหลบหนีระหว่างพิจารณาและถูกจับภายหลังไม่เป็นการล่วงเลยการลงอาชญา และอายุความไม่สะดุดหยุดลง
การหลบหนีของจำเลยระหว่างพิจารณาไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง แต่การนับอายุความเริ่มตั้งแต่โจทก์ยื่นฟ้อง วันที่จำเลยหนี หรือวันที่ศาลสั่งจับ จนถึงวันได้ตัวจำเลย ต้องไม่เกินกำหนดโทษสูงสุดตามกฎหมาย
ศาลฎีกาเห็นว่า รูปคดีไม่เป็นการล่วงเลยการลงอาชญา ทั้งไม่เกินกำหนดอายุความ
จำเลยถูกฟ้องเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2460 ฐานหลบหนีราชการทหาร ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 4 เดือน ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษเป็น 1 ปี จำเลยหลบหนีก่อนฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2460 ศาลสั่งจับเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2461 จำเลยกลับเข้ามาเองเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2474 รวมเวลา 13 ปีเศษ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 844/2475อัยยการศาลทหารเรือกลางโจทก์พลทหารเรือเพ็ดจำเลย ประมวลกฎหมายอาญาทหาร ม. 46 วิธีพิจารณาอาชญา จำเลยหนีระวางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องล่วงเลยการลงอาชญาคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๐ ศาลทหารเรือกลางลงโทษจำคุกจำเลยฐานหลบหนีราชการทหารตามกฎหมายอาชญาทหาร ม. ๔๖ ข้อ ๔ กำหนด ๔ เดือน โจทก์อุทธรณ์ ศาลกรมบัญชากลางให้จำคุก จำเลย ๑ ปี คำพิพากษาลงวันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ และอ่านให้โจทก์ฟังในวันนั้นแต่จำเลยหลบหนีก่อนฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ศาลกรมบัญชากลางสั่งจับเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๑ ภายหลังจำเลยกลับเข้ามาเองเมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๔ โจทก์จึงขอให้ดำเนินคดีต่อไป ศาลกรมบัญชากลางเห็นว่าตั้งแต่วันอ่านคำพิพากษาจนถึงวันได้ตัวจำเลยเป็นเวลา ๑๓ ปีเศษ เป็นการล่วงเลยการลงอาชญาตามกฎหมายอาชญา ม. ๘๒ - ๘๓ จึงให้ปล่อยจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า รูปคดีไม่เป็นการล่วงเลยการลงอาชญา ทั้งไม่เกินกำหนดอายุความกล่าวคือตามกฎหมายอาชญาทหาร ม. ๔๖ ข้อ ๓ กำหนดโทษอย่างสูง ๑๕ ปี ถ้าจะเริ่มนับตาม ม. ๗๙ แล ๘๕ จากวันที่โจทก์ยื่นฟ้องหรือวันจำเลยหนีหรือวันสั่งจับจนถึงวันได้ตัวจำเลยก็ยังไม่เกิน ๑๕ ปี(ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ-หริศ-พรหม)ศาลชั้นต้น - หลวงธุระธรรมประภาศศาลอุทธรณ์ - พระวิชิตร์เนติศาสตร์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ