ปัญหาข้อกฎหมายว่าการลักเด็กหญิงอายุ 13 ปีไปขายเป็นคนใช้ เป็นการขายเป็นทาษตามมาตรา 269 หรือไม่
ลักษณะของความเป็นทาษตามกฎหมายเก่า ต้องมีค่าตัว และผู้เป็นทาษไม่มีความอิสระในตนเอง การจะลงโทษตามมาตรา 269 โจทก์ต้องนำสืบว่าจำเลยขายเด็กไปเพื่อเป็นทาษ หากโจทก์ไม่มีพยานและฟ้องว่าขายเป็นคนใช้ ลงโทษตามมาตรา 269 ไม่ได้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างที่ให้จำคุก 3 ปี ตามมาตรา 275
จำเลยลักเด็กหญิงอายุ 13 ปีไปจากผู้ปกครองแล้วเอาไปขายแก่ผู้มีชื่อเพื่อเป็นคนใช้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2474กรมอัยยการโจทก์นางมีจำเลย อาชญา ม. 275 - 269 วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ลักเด็กหญิงอายุ 13 ปีไปขายเพื่อเป็นคนใช้มีผิดตาม ม.275 อย่างไรเรียกว่าเป็นทาษ น่าที่นำสืบลักษณะพะยาน ปัญหากฎหมายได้ความว่าจำเลยลักเด็กหญิงอายุ ๑๓ ปีไปจากผู้ปกครองแล้วเอาไปขายแก่ผู้มีชื่อเพื่อเปนคนใช้ดังนี้ ศาลล่างทั้ง ๒ ตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๒๗๕ ให้จำคุก ๓ ปี. โจทก์ฎีกาเป็นปัญหากฎหมายขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๖๙ เรื่องขายคนเป็นทาษ ศาลฎีกาเห็นว่าลักษณของความเป็นทาษนั้น เทียบตามกฎหมายเก่า ความเป็นทาษต้องมีค่าตัว ผู้เป็นทาษไม่มีความอิสสระในตนเอง แลการที่จะลงโทษจำเลยตาม ม.๒๖๙โจทก์ต้องนำ+ว่าจำเลยได้ขายเด็กนั้นไปเพื่อเป็นทาษ เมื่อ โจทก์ไม่มีพะยานมาสืบ ทั้งฟ้อง โจทก์ก็ว่าจำเลยขายเด็กหญิงให้เป็นคนใช้ดังนี้ จึงจะลงโทษจำเลยตาม ม.๒๖๙ ไม่ได้ คงตัดสินยืนตามศาลล่าง(นล-ศรี-หริศ)ศาลชั้นต้น - พระดุลยธรรมศาลอุทธรณ์ - พระยา+แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ