ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 381/2474

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับสัญญาแบ่งมรดกและการนำสืบ

หลักกฎหมาย

สัญญาแบ่งมรดกเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ. มาตรา 850-851 ต้องทำเป็นหนังสือ และเมื่อจำเลยปฏิเสธสัญญา โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้สมตามฟ้อง หากโจทก์ไม่นำพยานมาสืบประกอบสัญญา จะฟังเอาสัญญามาผูกพันจำเลยไม่ได้

คำวินิจฉัย

ให้ยกฟ้องโจทก์ ยืนตามศาลเดิม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องเรียกมรดกตามสัญญาแบ่งมรดก จำเลยปฏิเสธว่าถูกหลอกลวงให้กดพิมพ์ลายนิ้วมือ โจทก์ไม่นำพยานมาสืบประกอบสัญญา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญาแบ่งมรดกเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความต้องทำเป็นหนังสือ และโจทก์ต้องนำสืบให้สม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 381/2474นายหะยีมลีโจทก์นางจันจำเลย ป.พ.พ. ม. 850 - 851 ป.วิ.พ. มฤดก สัญญาแบ่งมฤดก เป็นสัญญาปราณีประนอม ใช้สำหรับผู้ที่เป็นคนแบ่งมฤดก คัดค้านเอกสาร ต้องค้านเสียแต่แรกโจทก์ฟ้องเรียกมฤดกตามสัญญาแบ่งมฤดก จำเลยปฏิเสะสัญญาว่าจำเลยกดพิมพ์ลายนิ้วมือลงในสัยยนั้นก็เพราะ โจทก์หลอกลวงให้เข้าใจสัญญาเป็นอย่างอื่น ศาลเดิมดัดสินว่าการตกลงแบ่งมฤดกไม่จำเป็ฯต้องทำเป็นหนังสือถึงจะทำกันเป็นหนังสือก็ไม่ทำให้หน้าที่นำสืบของโจทก์ไปตกอยู่แก่จำเลย โจทก์ต้องนำสืบตามฟ้องของตน แต่ โจทก์สืบไม่สม คดีกลับได้ความว่า โจทก์ยอมให้ จำเลยแบ่งทรัพย์มฤดกแล้ว จะกลับมาเรียกร้องอีกไม่ได้ ตามลักษณมฤดกบทที่ ๔๕ ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ยืน ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้จำเลยไม่รับว่าได้ทำสัญญาแบ่งมฤดก หน้าที่นำสืบจึงตกอยู่กับ โจทก์ก่อน แต่เมื่อ โจทก์ไม่นำพะยานมาสืบประกอบสัญญาแล้วจะฟังเอาสัญญานั้นมามัด จำเลยไม่ได้ ที่ศาลล่างว่าการแบ่งมฤดกไม่ต้องทำหนังสือก็ใช้ได้นั้นผิดเพราะกิจการอย่างนี้เข้าลักษณปราณีประนอมยอมความตาม ป.พ.พ.ม.๘๕๐ - ๘๕๑ ส่วนหลักฐานที่อ้างมาจากหอทะเบียนนั้น เมื่อ โจทก์จะเห็นว่าไม่ตรงต่อต้นฉะบับอย่างใดก็ควรคัดค้านเสีสแต่แรก จะมาค้านในเวลานี้ไม่ได้ ส่วนกฎหมายมฤดกบทที่ ๔๕ นั้นจะมาใช้กับคดีนี้ก็ไม่เหมาะ ให้ยกฟ้อง โจทก์ยืนตามศาลเดิม(พิพาก-พรหม-วิชัย)ศาลชั้นต้น - พระดุลยรัตน์ศาลอุทธรณ์ - พระวรพจน์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ