ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 404/2474

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์มีอำนาจยึดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 268 หรือไม่

หลักกฎหมาย

สังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในที่ของผู้ให้เช่า โดยผู้ให้เช่าไม่รู้ว่าเป็นของใคร ชั้นแรกต้องสันนิษฐานว่าเป็นของผู้เช่า ผู้ให้เช่ามีบุริมสิทธิเหนือสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในที่ให้เช่าแม้จะเป็นของบุคคลภายนอกก็ดี เว้นแต่จะได้รู้เช่นนั้น

คำวินิจฉัย

ให้โจทก์มีอำนาจยึดทรัพย์รายพิพาทได้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยทำยอมต่อศาลจะชำระค่าเช่าค้างแก่โจทก์ 180 บาท แต่ผิดสัญญา โจทก์จึงนำยึดทรัพย์ของจำเลย ผู้ร้องอ้างว่าแทนกรรไตรสำหรับตัดกระดาดเป็นของผู้ร้องที่ขายให้นายนาคโดยเช่าซื้อ และนายนาคยังค้างชำระเงินแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องขอให้ถอนการยึด ศาลล่างทั้งสองสั่งให้ถอนการยึด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 404/2474กระทรวงพระคลังมหาสมบัติโจทก์นายแช่ม ชื่นชีพจำเลยห้างบีกริมแอนด์โกผู้ร้องขัดทรัพย์ ป.พ.พ. ม. 261 - 268 ป.วิ.พ. สังหาริมทรัพย์ใดที่อยู่ในที่ของผู้ให้เช่าโดยผู้ให้เช่าไม่รู้ว่าเป็นของใคร ชั้นแรกต้องสันนิษฐานว่าเป็นของผู้เช่า ผู้ให้เช่ามีบุริมสิทธิเหนือสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในที่ให้เช่าแม้จะเป็นของบุคคลภายนอกก็ดีเว้นแต่จะได้รู้เช่นนั้น หน้าที่นำสืบ ร้องคัดค้านว่าทรัพย์ที่ยึดเป็นของตน ๆ ต้องสืบให้สม.ได้ความว่าจำเลยได้ทำยอมต่อศาลจะชำระเงินค่าเช่าโรงร้านที่ค้างแก่โจทก์เป็นเงิน ๑๘๐ บาท จำเลยผิดสัญญาโจทก์จึงนำยึดทรัพย์ของจำเลย แลแทนกรรไตรสำหรับตัดกระดาดซึ่งเป็นของผู้ร้องได้ขายให้นายนาคโดยลักษณเช่าซื้อ แลนายนาคยังค้างชำระเงินแก่ผู้ร้องอยู่อีก ผุ้ร้องจึงขอให้ ถอนการยึด ศาลล่างทั้ง ๒ สั่งให้ถอนอนุการยึด โจทก์ฎีกาปัญหากฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจยึดได้ตาม ม.๒๖๘ แห่งประมวลแพ่ง ศาลฎีกาเห็นว่าสังหาริมทรัพย์รายพิพาทนี้ได้อยู่ในที่โจทก์ที่ให้เช่า ในขั้นแรกโจทก์ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ร้องย่อมต้องสันนิษฐานว่าจำเลยเป็นผู้นำเข้ามาตาม ม.๒๖๑ แต่เมื่อผู้ร้องได้ยอมไม่ชนะคดีโจทก์ได้ จึงตัดสินกลับให้โจทก์มีอำนาจยึดทรัพย์รายพิพาทได้(พรหม-พิพาก-วิชัย)ศาลชั้นต้น - พระนิตธรรณ์ศาลอุทธรณ์ - นายแลงการณ์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ