ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2474

ประเด็นกฎหมาย

การที่วิจักขณะพยานเบิกความออกความเห็นหรือความสันนิษฐานโดยสุจริต แม้ภายหลังไม่ตรงกับความจริง ไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ และเมื่อศาลไต่สวนมูลฟ้องเห็นว่

หลักกฎหมาย

ถ้อยคำที่เบิกความเป็นแต่ความเห็นและความสันนิษฐาน และไม่ส่อให้เห็นว่ามีเจตนาทุจริตเข้าข้างฝ่ายใด ไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ แม้ภายหลังจะไม่ตรงกับความจริงก็ตาม

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่างว่าจำเลยไม่มีความผิดฐานเบิกความเท็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานเบิกความเท็จ เนื่องจากจำเลยซึ่งเป็นวิจักขณะพยานเบิกความว่าได้ตรวจแผลม้าและคลำดูไม่รู้สึกว่ามีของแข็ง เข้าใจว่าไม่มีกระสุนปืนอยู่ในแผล และยืนยันว่าแผลไม่ใช่แผลถูกกระสุนปืน ต่อมาโจทก์ให้แพทย์ผ่าแผลม้าพบกระสุนปืน 1 กระสุน

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2474พระภิกษุสมโจทก์นายร้อนโทมูล นายกำไลจำเลย อาชญา ม. 155-156-15 วิธีพิจารณาอาชญา การที่วิจักขณะพะยานเบิกความออกความเห็นหรือความสันนิษฐานโดยสุจริตนั้น แม้ภายหลังไม่ตรงกับความจริง ก็ยังไม่มีผิดฐานเบิกความเท็จ ไต่สวนมูลฟ้อง หน้าที่นำสืบ เมื่อศาลไต่สวนมูลฟ้อง เห็นว่าจำเลยไม่มีผิดตามกฎหมายแล้วไม่ออกหมายเรียกจำเลยมาพิจารณาได้ โจทก์หาว่าจำเลยเบิกความเท็จเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเบิกความเท็จแลกระทำพะยานเท็จตามกฎหมายลักษณะอาชญา ม.๑๕๕-๑๕๖-๑๕๗-๗๑ โดยหาว่า มึ่งเป็นวิจักาขณะพะยานในคดีที่ โจทก์ฟ้องหาว่า ก. จำเลยยิงม้าของ โจทก์นั้น เบิกความต่อศาลว่า "ได้ ตรวจแผลม้าแลคลำดูไม่รู้สึกว่ามีของแข็งถูกมือ เข้าใจว่าไม่มีกระสุนปืนอยู่ในแผล แลยืนยันว่าแผลนั้นไม่ใช่แผลถูกกระสุนปืน" แลจำเลยได้ให้การที่อำเภอก็เช่นเดียวกันซึ่ง ก. จำเลยได้อ้างคำให้การนั้นมาเป็นพะยานในขั้นศาลด้วยจนศาลได้พิพากษายกฟ้องในคดีที่โจทก์ฟ้อง ก.เสีย ต่อมา โจทก์ให้แพทย์ผ่าแผลม้าได้กระสุนปืน ๑ กะสุนดังนี้ ศาลเดิมไต่สวนมูลฟ้องเห็นว่า ม.จำเลยไม่มีผิด จึงไม่ออกหมายเรียก ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนตาม โจทก์ฎีกาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่าถ้อยคำที่ ม.เบิกความเป็นแต่ความเห็นแลความสันนิษฐานแลไม่ส่อให้เห็นว่ามีเจตนาทุจจริตเข้าข้างฝ่ายใด การที่ ม.จะมีผิดดังโจทก์หาจะต้องได้ความว่า ม.ได้รู้แล้วว่าแผลม้านั้นเป็นแผลถูกกระสุนปืนหรือรู้สึกว่ากระสุนปืนอยู่ในแผล แล้วแกล้งมาออกความเห็นไปอย่างอื่น แต่ข้อนี้โจทก์ก็ไม่มีพะยานมาสืบ จึตัดสินยืนตามศาลล่าง(วิชัย-พิพาก-พรหม)ศาลชั้นต้น - หลวงพินิจ+ศาลอุทธรณ์ - พระยามณู+ธรรมแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศา