การรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าหรือรับจ้างตัดผม ถือเป็นการประกอบธุรกิจการค้า ไม่ใช่เคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489
การรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าหรือรับจ้างตัดผมเป็นการประกอบธุรกิจการค้า แม้จะมีการอยู่อาศัยด้วย ก็ไม่ถือว่าเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489; การที่จำเลยรับหมายแล้วไม่ส่งเอกสารและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าจำเลยยอมรับตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 123,124; การส่งคำบอกกล่าวเลิกการเช่าทางไปรษณีย์ลงท
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องพิพาท
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า จำเลยให้การว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยใช้ห้องเช่าประกอบกิจการรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าหรือรับจ้างตัดผม โจทก์อ้างพยานเอกสารจากจำเลย จำเลยรับหมายแล้วไม่ส่งและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง โจทก์ส่งคำบอกกล่าวเลิกการเช่าทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้รับไม่ยอมรับ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183 - 185/2497นางละมูล บุญญสิทธิโจทก์นายกวง แซ่ห่าน, นางสาย สาลีโกเศส, ส.ต.อ.ล้อม เอี่ยมรักษา,จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.พ.พ. ม. 566, ม. 130การรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าหรือรับจ้างตัดผม นั้นได้ชื่อว่าเป็นการประกอบธุระกิจการค้าแล้ว แม้จะมีการอยู่อาศัยด้วย ก็ไม่ถือว่าเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ โจทก์อ้างพยานเอกสารจากจำเลยๆ รับหมายแล้วไม่ส่งและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ดังนี้ ศาลต้องฟังว่า จำเลยยอมรับตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 123,124, แล้ว การบอกกล่าวเลิกการเช่า ที่ส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับผู้ส่ง หมายเหตุว่าส่งแล้ว ผู้รับไม่ยอมรับ คืนดังนี้ต้องถือว่าผู้เช่าได้ทราบคำบอกกล่าวนั้นแล้วโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าของโจทก์ ทั้ง ๓ สำนวน ฯลฯ จำเลยทั้ง ๓ สำนวน ให้การว่าเช่าเพื่ออยู่อาศัย ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ขับไล่จำเลย ออกจากห้องพิพาท ฯลฯ จำเลยทั้งสามฎีกาล ศาลฎีกาเห็นว่า การรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าหรือรับจ้างตัดผมนั้น ถือว่าเป็นการประกอบธุระกิจการค้าจำเลยจึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ เรื่องโจทก์อ้างทะเบียนพาณิชย์กับใบเสร็จรับเงินภาษีโรงค้าจากจำเลยๆ รับหมายแล้ว ไม่ส่งและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง จึงต้องฟังว่า จำเลยยอมรับตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา ๑๒๓,๑๒๔, ดังความเห็นของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ส่วนเรื่องคำบอกกล่าวนั้น ปรากฎว่าโจทก์ได้ส่งคำบอกกล่าวไปยังจำเลยโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ส่ง หมายเหตุส่งแล้ว ผู้รับไม่ยอมรับ คืน ดังนี้ต้องถือว่าจำเลยได้ทราบคำบอกกล่าวนั้นแล้ว จึงพิพากษายืน(วิเทศจรรยารักษ์-นนทปัญญา-มนูกิจวิมลอรรถ)ศาลชั้นต้น - นายเป้า สังขวาสีศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภ