ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2475

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าเจตนาทุจริตเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมาย และโจทก์สามารถฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

ข้อที่ว่าเจตนาทุจริตหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งศาลเดิมและศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกัน โจทก์ฎีกาไม่ได้ตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ. 2461

คำวินิจฉัย

ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์และจำเลยต่างเป็นเจ้าหนี้ของ ก. โดย ก. มีไม้ 48 ท่อน ตีใช้หนี้เป็นส่วนของโจทก์ราคา 27 บาท 96 สตางค์ และของจำเลย 70 บาท จำเลยเป็นผู้ส่งไม้ไปขายได้เงินแล้วไม่แบ่งให้โจทก์ตามส่วนที่ตกลงกัน โดยอ้างว่าเงินที่ขายไม้ได้ไม่พอใช้หนี้จำเลย โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาชญา มาตรา 314-319

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1010/2475นายหู้ แซ่โลวโจทก์นายอุยเมง แซ่อือจำเลย พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ม. 5 วิธีพิจารณาอาชญา เจตนาหรือไม่เป็นข้อเท็จจริง อาชญา ม. 43ได้ความว่าโจทก์จำเลยต่างเป็นเจ้าหนี้ ก. ๆ มีไม้อยู่ ๔๘ ท่อน จึงตีใช้หนี้เป็นส่วนของโจทก์คิดเป็นราคา ๒๗ บาท ๙๖ สตางค์ ของจำเลย ๗๐ บาท จำเลยเป็นผู้ส่งไม้ไปขายได้เงินแล้วไม่แบ่งให้โจทก์ตามส่วนที่ตกลงกัน โดยจำเลยอ้างว่าเงินที่ขายไม้ได้ไม่พอใช้หนี้จำเลยโจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาชญา ม. ๓๑๔ - ๓๑๙ ศาลฎีกาตัดสินว่าข้อที่ว่าเจตนาทุจจริตหรือไม่นี้เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งศาลเดิมแลศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกันโจทก์ฎีกาไม่ได้ตาม ม. ๕ แห่ง พ.ร.บ. ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ. ๒๔๖๑ ให้ยกฎีกาโจทก์เสีย(มนธา-หริศ-พรหม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ