ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1013/2475

ประเด็นกฎหมาย

ข้อความในหนังสือเป็นหมิ่นประมาทหรือไม่ และโจทก์ต้องนำสืบก่อนว่ามีคนไม่น้อยกว่า 2 คนได้ทราบข้อความนั้น

หลักกฎหมาย

โจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่า (1) จำเลยได้เขียนจดหมายให้คน 2 คนได้อ่าน และ (2) ข้อความนั้นเป็นหมิ่นประมาท แต่โจทก์ไม่ได้สืบให้ได้ความตามข้อ 1 โจทก์จึงฟ้องไม่ขึ้น

คำวินิจฉัย

ให้ยกฟ้อง ยืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้มีจดหมายถึง อ. ให้แจ้งแก่ ด. ลูกความโจทก์ว่าโจทก์เป็นคนเหลวไหลไม่ควรเชื่อถือ โดยเจตนาจะให้โจทก์ถูกเกลียดชังเย้ยหยัน ขอให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา 282 ในขั้นพิจารณา โจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยาน แต่ขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเดียวว่า ข้อความในหนังสือเป็นหมิ่นประมาทหรือไม่

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1013/2475นายสนิท วัชรสกุณีโจทก์นายร้อยโทเบี้ยว พยัคฆาจจำเลย อาชญา ม. 282 วิธีพิจารณาอาชญา หน้าที่นำสืบ คู่ความขอให้ศาลวินิจฉัยว่าข้อความในหนังสือเป็นหมิ่นประมาทหรือไม่โจทก์ต้องนำสืบก่อนว่าได้มีคนไม่น้อยกว่า 2 คน ได้ทราบข้อความนั้นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้มีจดหมายถึง อ. ให้แจ้งแก่ ด.ลูกความโจทก์ว่าโจทก์เป็นคนเหลวไหลไม่ควรเชื่อถือโดยเจตนาจะให้โจทก์ถูกเกลียดชังเย้ยหยันขอให้ลงโทษฐานหมิ่นประมาทตามมาตรา ๒๘๒ ในขั้นพิจารณาโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพะยานแต่ขอให้ศาลวินิจฉัยข้อเดียวว่า ข้อความในหนังสือ เป็นหมิ่นประมาทหรือไม่ ศาลเดิมตัดสินให้ปรับจำเลย ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความว่า (๑) จำเลยได้เขียนจดหมายให้คน ๒ คนได้อ่าน แล (๒) ข้อ ความนั้นเป็นหมิ่นประมาทแต่โจทก์ไม่ได้สืบให้ได้ความตาม ข้อ ๑ โจทก์จึงฟ้องไม่ขึ้น ให้ยกฟ้อง ยืนตามศาลอุทธรณ์(ศรี-นล-วิกรม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ