ปัญหาว่าศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์เป็นการตัดสินเกินคำขอหรือไม่ และการไถ่ถอนจำนองโดยสมยอมทำให้ผู้ร้องไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่
การไถ่ถอนจำนองโดยสมยอมกันนั้น การจำนองยังคงเป็นการจำนองอยู่ตามสภาพเดิม ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อน
ฎีกาตัดสินว่า ตามข้อ 1 ไม่เกินคำขอ ข้อ 2 การไถ่ถอนจำนองได้ทำโดยสมยอมกัน ฉะนั้นการจำนองก็ยังคงเป็นการจำนองอยู่ตามสภาพเดิม ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อน
จำเลยแพ้ความโจทก์ โจทก์นำยึดที่ดินซึ่งจำเลยได้จำนองไว้กับผู้ร้องเป็นเงิน 1,440 บาท เพื่อป้องกันมิให้ถูกยึด จำเลยกับผู้ร้องสมคบกันโดยให้จำเลยไถ่ถอนจำนอง แล้วทำเป็นโอนให้ ก. และ ม. แล้ว ก. และ ม. กลับจำนองให้แก่ผู้ร้องอีกเพิ่มต้นเงินเป็น 2,500 บาท แต่คงรับไปจริง 1,440 บาทเท่าเดิม ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1033/2475นางอ่ำ ตั้นมกกี่โจทก์นางผันจำเลยนางจิ๊ดน้อย ใจบุญขัดทรัพย์ ป.ที่ดิน ป.วิ.พ. อย่างไรเรียกว่าตัดสินเกินคำขอ สมยอมกันไถ่ถอนจำนองแล้วจำนองกันอีกโดยสมยอม จำนองเดิมใช้ได้ เรื่องนี้ผู้ร้องมาศาลโดยไม่บริสุทธิ์ การไถ่ถอน ถึงแม้จะสมยอม+ น่าจะไม่มีบุริมสิทธิ์ +จำเลยแพ้ความโจทก์ ๆ นำยึดที่ดินปรากฎว่าที่รายนี้ได้จำนองไว้กับผู้ร้องเป็นเงิน ๑๔๔๐ บาท เพื่อป้องกันมิให้ถูกยึด จำเลยกับผู้ร้องได้สมคบกันโดยให้จำเลยไถ่ถอนจำนอง แล้วทำเป็นโอนให้ ก. แล ม.แล้ว ก.ม. กลับจำนองให้แก่ผู้ร้องอีกเพิ่มต้นเงินเป็น ๒๕๐๐ บาท แต่คงรับไปจริง ๑๔๔๐ บาท เท่าเดิม ต่อมาผู้ร้อง ๆ ขัดทรัพย์อ้างว่ารับจำนองไว้ ๒๕๐๐ บาท ศาลเดิมสั่งขายทอดตลาดและให้ใช้ต้นเงิน ๑๔๔๐ บาทแลดอกเบี้ยให้แก่ผู้ร้องก่อนเหลือให้ใช้หนี้โจทก์ โจทก์ฎีกาว่า (๑) ศาลให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ก่อนโจทก์นั้นเกินคำขอ (๒) จำเลยไถ่จำนองจากผู้ร้องโดยสมยอมผู้ร้องไม่มีสิทธิรับชำระหนี้ก่อนโจทก์ ฎีกาตัดสินว่า ตาม ข้อ ๑ ไม่เกินคำขอ ข้อ(๒) การไถ่ถอนจำนองได้ทำโดยสมยอมกัน ฉะนั้นการจำนองก็ยังคงเป็นการจำนองอยู่ตามสภาพเดิม ผู้ร้องจึงมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อน(มนธา-หริศ-พรหม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ