ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1038/2475

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการงดสืบพยานและการลงโทษโดยไม่ชี้บทในความผิดหลายกระทง

หลักกฎหมาย

ศาลมีอำนาจงดสืบพยานเมื่อมีพยานอื่นเบิกความปรากฏอยู่แล้วและไม่ใช่ข้อความสำคัญแห่งคดี และเมื่อศาลลงโทษจำเลยตามบทหนักบทเดียวแล้ว ไม่จำเป็นต้องชี้บทสำหรับฐานความผิดอื่น

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลล่าง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยถูกฟ้องในความผิดฐานร้องเรียนเท็จและใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต ศาลล่างลงโทษจำคุก 6 เดือนตามมาตรา 142 ตอน 2 ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยฎีกาว่าศาลสั่งงดสืบพยานไม่ชอบและลงโทษโดยไม่ชี้บทไม่ชอบ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1038/2475นายเขียว หนูสุกโจทก์นายกลับ จันทมุณี ผู้ใหญ่บ้านจำเลย อาชญา ม. 158 - 71 วิธีพิจารณาอาชญา ศาลตัดสินว่าจำเลยมีผิดหลายกะทง แต่ให้ลงโทษในบทหนัก ส่วนฐานอื่น ๆ ไม่ต้องชี้บทก็ได้ ลักษณพะยานดุลยพินิจของศาลที่จะงดสืบพะยานในเมื่อเห็นว่าไม่จำเป็นคดีนี้ศาลล่างทั้ง ๒ เห็นว่าจำเลยมีผิดฐานร้องเรียนเท็จและใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจจริต จึงให้ลงโทษจำคุก ๖ เดือนตาม ม. ๑๔๒ ตอน ๒ ซึ่งเป็นบทที่หนัก จำเลยฎีกาว่า (๑) ศาลเดิมสั่งงดสืบ ช.พะยานอีกปากหนึ่งเสีย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย (๒ ศาลเดิมลงโทษฐานร้องเรียนเท็จแต่ไม่ได้ชี้บทไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาตัดสินว่า ตาม ข้อ ๑. มีคำของพะยานอื่นเบิกความปรากฎอยู่แล้ว ทั้งไม่ใช่ข้อความสำคัญแห่งคดีอยู่ในอำนาจศาลที่จะงดสืบได้ ส่วนตามข้อ ๒ ศาลได้ลงโทษจำเลยตามบทหนักบทเดียว จึงไม่จำเป็นต้องชี้บทสำหรับฐานอื่น ๆ จึงพิพากษายืนตามศาลล่าง(วิกรม-ศรี-นล)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ