จำเลยฎีกาขอให้ลดโทษตามมาตรา 59 แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการลดโทษเป็นดุลยพินิจของศาล และเมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ไขเล็กน้อยและจำเลยถูกลงโทษไม่เกิน 5 ปี จำเล
การวินิจฉัยว่าควรปราณีลดโทษให้จำเลยหรือไม่นั้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล และเมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินแก้ไขเล็กน้อยและจำเลยถูกลงโทษไม่เกิน 5 ปี จำเลยจะฎีกาในประเด็นนี้ไม่ได้ ต้องห้ามตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ. 2469
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยฎีกาไม่ได้ เพราะต้องห้ามตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ. 2469
ศาลเดิมลงโทษจำคุก 3 ปี 4 เดือนตามมาตรา 228-229 ศาลอุทธรณ์แก้เป็นจำคุก 2 ปีตามมาตรา 121 ถือเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จำเลยฎีกาขอลดโทษตามมาตรา 59 แต่ศาลฎีกาไม่รับฎีกาเพราะต้องห้ามตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ. 2469
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 431/2474อัยยการชุมพรโจทก์นายพริ้งจำเลย วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ม. 3ควรลดโทษให้ จำเลยตาม ม.59 หรือไม่นั้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล ศาลเดิมวางบท ม.228-229 จำคุกจำเลย 3 ปี 4 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้วางบท ม.121 จำคุกจำเลย 2 ปีดังนี้ เรียกว่าศษลอุทธรณ์ตัดสินแก้ไขเล็กน้อยศาลเดิมตัดสินลงโทษจำเลยตาม ม.๒๒๘-๒๒๙ ให้จำคุก ๓ ปี ๔ เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๑๒๑ ให้จำคุก ๒ ปี จำเลยฎีกาว่าควรได้รับปราณีลดโทษตาม ม.๕๙ ศาลฎีกาเห็นว่าการที่จะวินิจฉัยว่าควรปราณีลดโทษให้จำเลยหรือไม่นั้นอยู่ในดุลยพินิจของศาล คดีนี้ศษลอุทธรณ์ตัดสินแก้ไขเล็กน้อยแลใช้ดุลยพินิจไม่ลดโทษจำเลยนั้นจำเลยจะฎีกาไม่ได้ เพราะจำเลยถูกลงโทษไม่เกิน ๕ ปี ต้องบทห้ามตาม ม.๓ แห่งพ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์(ศรี-หริศ-นล)ศาลชั้นต้น - พระนนทปัญญาศาลอุทธรณ์ - พระยาล้าง+แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ