ความผิดฐานลักทรัพย์ต้องมีเจตนาจึงจะมีผิด และการตีความคำว่า "แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 6 ข้อ 3
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 6 ข้อ 3 คำว่า "แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้" คือการเอาทรัพย์ของเขาไปเพื่อถือเอาเป็นของตน และความผิดฐานลักทรัพย์ต้องมีเจตนาทุจจริต หากไม่มีเจตนาก็ไม่มีความผิด
ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่าง
ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะลักทรัพย์ จึงไม่มีผิด ให้ยกฟ้อง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2474อัยยการสุราษฎรธานีโจทก์นายอ่อนทอง นายส้วนจำเลย อาชญา ม. 288-43-6 ข วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ความผิดฐานลักทรัพย์ต้องมีเจตนาจึงจะมีผิด คำว่า "แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้" หมายความอย่างไร ศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่างโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ศาลล่างทั้ง ๒ ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยไม่มีเจตนาที่จะลักไม่มีผิดให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่าการกระทำของจำเลยมีเจตนาทุจจริต ศาลฎีกาเห็นว่าตาม ม.๖ ข้อ ๓ คำว่า "แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้นั้น" คือการเอาทรัพย์ของเขาไปเพื่อถือเอาเป็นของตน แต่คดีนี้ศาลล่างทั้ง ๒ ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยไม่มีเจตนาที่จะลักจึงไม่มีการทุจจริตแลศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามศาลล่าง จึงตัดสินยืน(หริศ-ศรี-นล)ศาลชั้นต้น - พระอินทประชาศาลอุทธรณ์ - พระยาดุลยธรรมแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ