ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2474

ประเด็นกฎหมาย

การกระทำที่เข้าไปลักทรัพย์แต่ยังไม่ทันพาทรัพย์ไปแล้วเกิดทำร้ายร่างกาย เป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์และทำร้ายร่างกาย หรือเป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์

หลักกฎหมาย

ศาลฎีกามีอำนาจแก้โทษให้เบาลงได้ตามลักษณความผิดของจำเลย แม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาขึ้นมา

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมีความผิดตามศาลเดิม คือ นายโฉมผิดฐานพยายามลักทรัพย์ นายอ้นผิดฐานพยายามลักทรัพย์และทำร้ายร่างกาย และศาลฎีกามีอำนาจแก้โทษให้เบาลงได้แม้จำเลยมิได้ฎีกา ให้จำคุกจำเลยทั้งสองตามศาลเดิม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกับพวกสมคบเข้าไปในเล้าไก่ใต้ถุนเรือนเพื่อลักไก่ แต่ยังไม่ทันพาเอาไก่ไป พวกเจ้าทรัพย์เอะอะ จำเลยพากันหนี ขณะวิ่งหนีจำเลยคนหนึ่งทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์บาดเจ็บ

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 480/2474อัยยการนครราชสีมาโจทก์นายอ้น นายโฉมจำเลย อาชญา ม. 293-60-298 วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 เข้าไปลักทรัพย์แต่ยังไม่ทันพาเอาทรัพย์ไป ก็เกิดทำร้ายกันขึ้นมีผิดฐานพยายามลักทรัพย์และทำร้างร่างกาย อำนาจศาลฎีกาที่จะแก้โทษให้ ตรงกับความผิด ปัญหากฎหมายได้ความว่า จำเลยกับพวกอีก ๒ คน สมคบเข้าไปในเล้าไก่ใต้ถุนเรือนเพื่อจะลักไก่ แต่ยังไม่ทันพาเอาไก่ไป พวกเจ้าทรัพย์เอะอะ จำเลยก็พากันหนี ขณะกำลังวิ่งหนีนั้นนายอ้นจำเลยได้ทำร้ายพวกเจ้าทรัพย์บาดเจ็บ ศาลเดิมเห็นว่านายโฉมมีผิดฐานพยายามลักทรัพย์ นายอ้นจำเลยมีผิดฐานพยายามลักทรัพย์และทำร้างร่างกาย ศาลอุทธรณ์เห็นว่านายอ้นมีผิดฐานพยายามชิงทรัพย์ และนายโฉมมีผิดฐานสมรู้ โจทก์ฎีกาว่านายโฉมควรมีผิดฐานพยายามลักทรัพย์ ฝ่ายนายอ้นนั้นมีผิดฐานทำร้ายร่างการด้วยอีกกะทงหนึ่ง ให้จำคุกจำเลยทั้ง ๒ ตามศาลเดิม ถึงแม้จำเลยจะไม่ได้ฎีกาขึ้นมา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้โทษให้เบาลงได้ตามลักษณความผิดของจำเลย(พรหม-วิชัย-วิกรม)ศาลชั้นต้น - นายติว บูรณสิงฟ์ศาลอุทธรณ์ - พระยามหุรา+แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ