พฤติการณ์ที่จำเลยมีของกลางและแสดงกิริยาพิรุธ จะฟังว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่
ของกลางตกอยู่แก่จำเลย และจำเลยแสดงกิริยาพิรุธ ทำให้เห็นว่าจำเลยได้ของกลางไว้โดยรู้ว่าเป็นของได้มาโดยการทำผิดกฎหมาย
ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 321 จำคุก 1 ปี
เจ้าพนักงานจับของกลางได้จากจำเลย ขณะพบจำเลย จำเลยเดินหนีและเมื่อถูกเรียกให้หยุดกลับวิ่งหนีอีก โจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ร้ายรายนี้ ทรัพย์ของเจ้าทรัพย์หายไปหลายอย่างแต่จับของกลางได้เพียงบางอย่าง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 505/2474อัยยการลำปางโจทก์นายคำ นันใจจำเลย อาชญา ม. 321 วิธีพิจารณาอาชญา พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ม. 3จับของกลางได้จากจำเลย จำเลยแสดงกิริยาพิรุธดังนี้ ทำให้เห็นว่าจำเลยได้ของกลางไว้โดยรู้แล้วว่าได้มาจากการทำผิดกฎหมาย หน้าที่นำสืบโจทก์หาว่าจำเลยลักต้องนำสืบให้สม หลักวินิจฉัย ศาลเดิมว่าลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ว่ารับของโจรฎีกาเป็นปัญหากฎหมายได้ได้ความว่าทรัพย์ของเจ้าทรัพย์หายไปหลายอย่าง แต่เจ้าพนักงานจับของกลางได้ที่จะเลยบางอย่าง ในขณะที่เจ้าพนักงานไปพบจำเลย ๆ เดิรหนีแลเจ้าพนักงานบอกให้หยุดจำเลยกลับวิ่งหนีอีก แต่ โจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยได้เป็ฯผู้ร้ายรายนี้ ดังนี้มีปัญหาว่าพฤตติการณ์เช่นนี้จะฟังว่าจำเลยมีผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ ศาลฎีกาตัดสินว่าของกลางตกอยู่แก่จำเลย ๆ แสดงกิริยาพิรุธทำให้เห็นว่าจำเลยได้ของกลางไว้โดยรู้สึกว่าเป็นของได้มาโดยการทำผิดกฎหมาย จำงให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๓๒๑ จำคุก ๑ ปี(ศรี-หริศ-นล)ศาลชั้นต้น - หลวงรัตนศษสตร์ศาลอุทธรณ์ - พระยาชัยธรรมแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ