ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 300/2470

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่า โจทก์สามารถฎีกาคำสั่งของศาลโปริสภาที่ให้ยกฟ้องเนื่องจากคดีไม่มีมูลได้หรือไม่

หลักกฎหมาย

การที่ศาลโปริสภาสั่งให้ยกฟ้องของโจทก์นั้นได้มีการสืบพยานโจทก์แล้วตาม พ.ร.บ.ตั้งศาลโปริสภา ร.ศ.111 ข้อ 8 ซึ่งให้อำนาจศาลโปริสภาเมื่อไต่สวนเห็นว่าจำเลยไม่มีพิรุธว่ากระทำผิด ก็ย่อมมีอำนาจปล่อยผู้ต้องหาไปได้ ข้อที่โจทก์คัดค้านมาเป็นข้อเท็จจริง ฎีกาไม่ได้ตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 มาตรา 5

คำวินิจฉัย

ให้ยกฎีกาของโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องต่อศาลโปริสภาว่าจำเลยทำพยานเท็จและเบิกความเท็จ ศาลโปริสภาไต่สวนพยานโจทก์แล้วมีคำสั่งว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีมูลพอที่จะฟังว่าจำเลยมีพิรุธ ให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งของศาลโปริสภา โจทก์ฎีกาต่อศาลฎีกา

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 300/2470คุณหญิงวิสูตร์สมบัติโจทก์นายยิ่งล. ป.วิ.อ. พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 ม. 5 พ.ร.บ.ตั้งศาลโปริสภา ร.ศ.111 ม. 8ศาลโปริสภาไต่สวนพยานโจทย์แล้วว่าคดีไม่มีมูลให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ยืนโจทย์ฎีกาไม่ได้โจทย์ฟ้องต่อศาลโปรีสภาว่า จำเลยทำพยานเท็จแลเบิกความเท็จ ศาลโปรีสภาไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า พยานหลักฐานของโจทย์ไม่มีมูลพอที่จะฟังว่าจำเลยมีพิรุธ ให้ยกฟ้องโจทย์ ศาลอุทธรณ์ยืน โจทย์ฎีกา ศาลฎีกาตัดสินว่าโจทย์ฎีกาไม่ได้ เพราะเหตุว่า การที่ศาลโปรีสภาสั่งให้ยกฟ้องของโจทย์นั้นก็โดยได้มีการสืบพยานโจทย์แล้วตาม พ.ร.บ.ตั้งศาลโปรีสภา ร.ศ.๑๑๑ ข้อ ๘ มีความว่า เมื่อศาลโปรีสภาไต่สวนเห็นว่าจำเลยไม่มีพิรุธว่าได้กระทำผิดแล้ว ก็ย่อมมีอำนาจปล่อยผู้ต้องหาไปได้ ตามที่โจทย์คัดค้านมาเปนข้อเท็จจริงฎีกาไม่ได้ตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.๒๔๖๑ ม.๕ ให้ยกฎีกาเสีย แลฎีกาที่ ๘๓๘/๒๔๖๑ ที่อ้างมานั้นเปนฎีกาที่ตัดสินก่อน พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ พงศ.๒๔๖๑ จึงเปนบรรทัดฐานไม่ได้ แต่ฎีกาที่ ๑๒๓/๒๔๖๗ วินิจฉัยว่าคดีมีมูลฤาไม่นั้น เปนการแปลฟ้องจึงเปนข้อกฎหมาย(จินดา-หริศ-ศรี)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ