ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานและการวินิจฉัยความผิดฐานรับของโจรหรือลักทรัพย์
ไม่ควรถือว่าคำพยานที่มีสาเหตุแก่จำเลยนั้นเป็นที่สงสัยเสมอไป และเมื่อมีพยานเห็นจำเลยพากระบือในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นเวลากระชั้นชิด จำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์ มิใช่รับของโจร
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมีความผิดฐานลักทรัพย์
กระบือของ ว. หายไป ในวันรุ่งขึ้นมี ด. และ ล. เห็นจำเลยจูงกระบือนั้นหนีไป ต่อมา 4-5 วัน เจ้าทรัพย์ตามพบเห็นจำเลยพากระบือนั้นไป
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 306/2470อัยการสงขลาโจทก์นายหมะกับพวกล. ป.อ. ม. 294 ป.วิ.อ. สินทรัพย์ที่หายในวันรุ่งขึ้นลักษณพยานข้อเท็จจริงศาลเดิมฟังว่ากระบือของ ว.หายไป ในวันรุ่งขึ้นมี ด.แล ล.เห็นจำเลยจูงกระบือนั้นหนีไป ต่อมา ๔-๕ วันเจ้าทรัพย์ตามพบเห็นจำเลยพากระบือนั้นไป จึงตัดสินว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจร ตามมาตรา ๓๒๑ ให้จำคุกคนละ ๒ เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ถึงแม้พยานโจทย์จะไม่เบิกความแตกต่างกันก็ดี แต่มีเหตุอันควรสงสัยคำพยาน เพราะพยานโกรธเคืองกัน ให้ยกฟ้อง โจทย์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อไม่มีเหตุผลอะไรที่จะนำความคิดให้เห็นเปนอย่างอื่นแล้ว ไม่ควรถือว่าคำพยานที่มีสาเหตุแก่จำเลยนั้นเปนที่สงสัยเสมอไป อีกประการหนึ่งพยานบางคนก็ไม่มีสาเหตุกับจำเลย แต่ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยรับของโจรนั้นยังไม่ตรงต่อประเด็น เพราะมีพยานเห็นจำเลยพากระบือในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเปนเวลากระชั้นชิด จำเลยมีผิดฐานลักทรัพย์(ศรี-พิพาก-พรหม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ