ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2470

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการวินิจฉัยเจตนาลักทรัพย์ของจำเลย

หลักกฎหมาย

เมื่อพยานจำเลยฟังไม่ได้แล้ว ก็ย่อมต้องฟังคำพยานโจทย์ว่าเหตุเกิดขึ้นที่นาของ ข. เพราะมีวัตถุพยานประกอบ คือมีรอยตัดต้นเข้าด้วย

คำวินิจฉัย

ตัดสินยืนตามศาลเดิม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกำลังตัดต้นเข้าในนาของ ข. อยู่ ด.บุตร ข. จะเข้าไปจับกุมจำเลยเพื่อส่งกำนัน จำเลยเอามีดฟัน ด. หนึ่งที ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าแม้จำเลยจะเกี่ยวเข้าของ ข. จริง แต่มีเหตุควรสันนิษฐานได้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาทุจริตจะลักเข้า เพราะเชื่อว่าจำเลยเกี่ยวแต่หญ้า เมื่อต้นเข้าติดไปบ้างก็ไม่มีผิดฐานลักทรัพย์

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 316/2470อัยการฉเชิงเทราโจทก์นายป่วนล. ป.วิ.อ. พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2469 แก้มาก ลักษณพยานโจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๓๐๐-๒๕๔ ศาลเดิมฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยกำลังตัดต้นเข้าในนาของ ข. อยู่ ด.บุตร์ ข.จะเข้าไปจับกุมจำเลยเพื่อส่งกำนัน จำเลยเอามีดฟัน ด.หนึ่งที จึงตัดสินว่า จำเลยมีผิดฐานชิงทรัพย์ตาม ม.๓๐๐ ให้จำคุก ๕ ปี ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า แม้จำเลยจะเกี่ยวเข้าของ ข.จริง แต่ก็มีเหตุควรสันนิษฐานได้ว่า จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตจะลักเข้า เพราะเชื่อว่า จำเลยเกี่ยวแต่หญ้า เมื่อต้นเข้าติดไปบ้างก็ไม่มีผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยมีผิดฐานทำร้ายร่างกายตาม ม.๒๕๔ ให้จำคุก ๑ ปี โจทย์ฎีกา ฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยได้มีเจตนาลักตัดต้นเข้าของ ข.นั้นเปนการวินิจฉัยผิดประเด็นที่จำเลยตั้งรูปความขึ้นต่อสู้คดีเพราะพยานจำเลยเบิกความว่า พวกเจ้าทรัพย์ได้พายเรือมาทำร้ายจำเลย เมื่อพยานจำเลยฟังไม่ได้แล้ว ก็ย่อมต้องฟังคำพยานโจทย์ว่าเหตุเกิดขึ้นที่นาของ ข.เพราะมีวัดถุพยานประกอบ คือมีรอยตัดต้นเข้าด้วย จึงตัดสินยืนตามศาลเดิม(ศรี-พิพาก-หริศ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ