ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 357/2497

ประเด็นกฎหมาย

พนักงานบำรุงป่าที่มีหน้าที่ลงรับ ตรวจใบสำคัญ และช่วยงานบัญชี แต่ไม่มีหน้าที่เบิกจ่ายหรือปกครองรักษาเงิน จะเป็นเจ้าพนักงานตามมาตรา 131 แห่งกฎหมายลักษณะ

หลักกฎหมาย

เจ้าพนักงานที่มีหน้าที่ปกครองรักษาเงินยักยอกเงินในหน้าที่ ผิดตามมาตรา 131 ส่วนเจ้าพนักงานอื่นที่ร่วมกระทำแต่ไม่มีหน้าที่ปกครองรักษาเงิน มีความผิดเพียงฐานสมรู้ตามมาตรา 65

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้ว่าจำเลยที่ 2 ผิดตามมาตรา 131 ประกอบมาตรา 65 แห่งกฎหมายลักษณะอาญา จำคุก 2 ปี

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานบำรุงป่า มีหน้าที่ลงรับ ตรวจใบสำคัญและช่วยจำเลยที่ 1 ในแผนกบัญชีเกี่ยวกับการเงิน ไม่ใช่มีหน้าที่เบิกจ่ายรับเก็บปกครองรักษาเงินดั่งเช่นจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ยักยอกเงินซึ่งอยู่ในความปกครองรักษาของจำเลยที่ 1

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 357/2497พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่โจทก์นายสันต์ คำมณเฑียร ที่ 1, นายประวัติ บุญยนิวาส ที่ 2,จำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 65, ม. 130 พ.ร.บ.ป่าไม้ พนักงานบำรุงป่า รับเงินเดือนจากงบประมาณประเภทบำรุงป่า เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ การสอบ บรรจุ โอนตั้งย้ายและให้ความดีความชอบเลื่อนอันดับเงินเดือน ถือตาม พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนโดยยอมโลม นั้น ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายแล้ว เจ้าพนักงานอื่นร่วมในกับเจ้าพนักงานมีหน้าที่ปกครองรักษาเงินในหน้าที่ราชการ ยักยอกเงินซึ่งอยู่ในความปกครองรักษาของตนไปนั้น เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ปกคครองรักษาเงินมีผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 131 ส่วนเจ้าพนักงานอื่นนั้น มีผิดเพียงฐานสมรู้ เท่านั้นโจทย์ฟ้องหาว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ในหน้าที่ราชการของจำเลย ขอให้ลงโทษ ฯลฯ จำเลยที่ ๑ รับสารภาพจำเลยที่ ๒ ปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตา ๑๓๑,๓๑๔ (๓) ให้จำคุกคนละ ๓ ปี ตามมาตรา ๑๓๑ ซึ่งเป็นบทหนัก ฯลฯ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๒ เป็นพนักงานบำรุงป่า เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ การสอบ บรรจุ โอนตั้งย้าย แล้ให้ความดีความชอบ เลื่อนอันดับเงินเดือนตาม พ.ร.บ. ข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลมจึงเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายแล้ว แต่ปรากฎตามคำฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ลงรับ ตรวจใบสำคัญและช่วยจำเลยที่ ๑ ในแผนกบัญชีเกี่ยวกับการเงิน ไม่ใช่มีหน้าที่เบิกจ่ายรับเก็บปกครองรักษาเงินดั่งเช่นจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ใช่เป็นเจ้าพนักงานตามมาตรา ๑๓๑ การที่จำเลยที่ ๒ ร่วมในกับจำเลยที่ ๑ กระทำการยักยอกเงิน ซึ่งอยู่ในความปกครองรักษาของจำเลยที่