ปัญหาว่าการที่จำเลยรับว่าทำน้ำตาลเมาตามฟ้อง ถือเป็นการรับว่าน้ำตาลเมามีแอลกอฮอล์หรือไม่ และโจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้ชัดเจนว่าน้ำตาลเมามีแอลกอฮอล์และด
โจทก์มีหน้าที่ต้องกล่าวในฟ้องและนำสืบให้ชัดเจนว่าน้ำตาลที่จำเลยทำนั้น (1) มีแอลกอฮอล์ (2) ดื่มได้เช่นสุรา หากขาดข้อใดข้อหนึ่งจะถือว่าจำเลยทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ. 1248 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2467 ไม่ได้ และการที่จำเลยรับว่าทำน้ำตาลเมาตามฟ้อง ไม่ถือเป็นการรับว่าน้ำตาลเมามีแอลกอฮอล์
ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยหมักผสมหรือทำน้ำตาลซึ่งมีแอลกอฮอล์ขึ้นไว้รับประทาน จำเลยให้การรับว่าทำน้ำตาลเมาจริงตามฟ้อง แต่โจทก์และจำเลยไม่สืบพยาน
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2475อัยยการจันทบุรีโจทก์นางลั่น จริตซื่อจำเลย พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2467 รับว่าทำน้ำตาลเมายังไม่หามายความว่ารับน้ำตาลมีแอลกอฮอล์ วิธีพิจารณาอาชญา หน้าที่นำสืบ โจทก์ต้องสืบให้ชัดเจนว่า น้ำตาลเมานั้น (1) มีแอลกอฮอล์ (2) ดื่มได้เช่นสุราโจทก์ฟ้องว่า " จำเลยบังอาจหมักผสมหรือทำน้ำตาลซึ่งมีแอลกอฮอล์ขึ้นไว้รับประทาน " จำเลยให้การว่า ได้บังอาจหมักผสมทำน้ำตาลเมาจริงดังฟ้อง โจทก์จำเลยไม่สืบพะยาน ศาลฎีกาตัดสินว่าเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องกล่าวความในฟ้องให้ชัดเจนแลสืบว่าน้ำตาลที่จำเลยทำนั้น (๑) มีแอลกอฮอล์ (๒) ดื่มได้เช่นสุรา ถ้าขาดสิ่งหนี่งสิ่งใดใน ๒ อย่างนี้ จะว่าจำเลยทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีชั้นใน จ.ศ. ๑๒๔๘ แลแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๔๖๗ ไม่ได้ เพียงแต่จำเลยรับว่าหมักผสมแลทำน้ำตาลเมาจริงตามฟ้อง จะแปลเลยไปถึงว่าจำเลยรับว่าน้ำตาลเมานั้นมีแอลกอฮอล์ด้วยไม่ได้ จึงให้ยกฟ้องโจทก์(ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ-หริศ-พรหม)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ