ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2472

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าจำเลยมีความผิดฐานลอบทำน้ำตาลเมาหรือไม่ และหน้าที่นำสืบว่ามีแอลกอฮอล์เจือปนอยู่หรือไม่

หลักกฎหมาย

ในคดีอาญา โจทก์มีหน้าที่นำสืบให้ครบองค์ประกอบความผิด เมื่อโจทก์ฟ้องว่าจำเลยลอบทำน้ำตาลเมา ซึ่งต้องมีแอลกอฮอล์เจือปนจึงจะเป็นความผิด โจทก์ต้องนำสืบให้ได้ว่ามีแอลกอฮอล์เจือปน หากโจทก์ไม่สืบในข้อนี้ ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานลอบทำน้ำตาลเมา ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับ แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องเพราะน้ำตาลเมาของกลางไม่ปรากฏว่าเป็นสุราแช่หรือสุรากลั่น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มีหน้าที่นำสืบว่าน้ำตาลเมามีแอลกอฮอล์เจือปน แต่โจทก์มิได้สืบ จึงพิพากษายกฟ้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2472อัยการนครราชสีมาโจทก์นายแดงกับพวกจำเลย พ.ร.บ.ภาษีชั้นใน แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2467 น้ำตาลเมา,วิธีพิจารณาอาชญา น่าที่โจทก์นำสืบว่าน้ำตาลเมามีแอลกอฮอโจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลอบทำน้ำตาลเมา ศาลมณฑลนครราชสีมาตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม พ.ร.บ.เพิ่มเติมอากรชั้นใน พ.ศ.๒๔๖๗ มาตรา ๔ แล จ.ศ. ๑๒๔๘ มาตรา ให้ปรับ ศาลอุทธรณ์ตัดสินกลับให้ปล่อยจำเลยไป เพราะเห็นว่าน้ำตาลเมาของกลางไม่ปรากฎว่าเป็นสุราแช่หรือสุรากลั่นอันจะเป้นผิดตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้าง ศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นตกเปนน่าที่โจทก์นำสืบว่าน้ำตาลเมาของกลางนี้มีแรงแอลกอฮอเจือปนอยู่ด้วยแต่โจทก์มิได้สืบถึงความข้อนี้เลย คดีไม่มีทางลงโทษจำเลยได้ จึงตัดสินยกฟ้องโจทก์(นล-หริศ-วิชัย)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ