ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2536

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างย้อนหลังและการจ่ายค่าจ้างระหว่างพักงาน

หลักกฎหมาย

คำสั่งเลิกจ้างที่ให้มีผลย้อนหลังเป็นการขัดกับคำสั่งพักงานเดิมและขัดกับคำพิพากษาในคดีอาญา จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ในระหว่างพักงาน โจทก์ยังเป็นลูกจ้างจำเลยอยู่ การที่โจทก์ไม่ได้ทำงานให้แก่จำเลยก็เนื่องมาจากคำสั่งของจำเลยเอง และไม่มีระเบียบว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง จึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าจ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยสั่งพักงานโจทก์เพื่อรอผลคดีอาญา เมื่อศาลพิพากษายกฟ้อง จำเลยกลับบอกเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันพักงาน โดยอ้างพฤติการณ์ส่อทุจริต

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 136/2536นาง วิไล ชนิดานันท์โจทก์บริษัท กลการ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 165 (9) ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46จำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์เพื่อรอฟังผลที่โจทก์ถูกดำเนินคดีอาญาเมื่อผลคดีอาญาศาลพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีความผิด จำเลยกลับมาอ้างเหตุว่าพฤติการณ์ของโจทก์ส่อไปในทางทุจริตแล้วบอกเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลย้อนหลังไปจนถึงวันที่จำเลยสั่งพักงานโจทก์เช่นนี้ เป็นการขัดกับคำสั่งพักงานเดิม และขัดกับคำพิพากษาในคดีอาญา จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ในระหว่างช่วงเวลาที่จำเลยสั่งให้โจทก์พักงานนั้นโจทก์ยังเป็นลูกจ้างจำเลยอยู่ สภาพการเป็นลูกจ้างและนายจ้างยังคงมีอยู่ต่อไป การที่โจทก์ไม่ได้ทำงานให้แก่จำเลยก็เนื่องมาจากคำสั่งของจำเลยเอง และไม่มีระเบียบว่าจำเลยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างจึงไม่มีเหตุที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่โจทก์ เงินเดือนของโจทก์เป็นค่าจ้างที่คนงานเรียกเอาจากนายจ้างจึงมีอายุความ 2 ปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 165(9).โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2520 ตำแหน่งสุดท้ายเป็นเจ้าหน้าที่การเงิน เงินเดือนสุดท้ายเดือนละ 4,500 บาท วันที่ 25 มิถุนายน 2530 จำเลยสั่งพักงานโจทก์ และดำเนินคดีอาญาโจทก์ข้อหายักยอกทรัพย์ คดีถึงที่สุดแล้วโดยศาลพิพากษายกฟ้อง ต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม 2534 จำเลยบอกเลิกสัญญาจ้างโจทก์ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน2530 โดยอ้างว่าเงินในความรับผิดชอบของโจทก์ขาดหายไปจำนวนมากพฤติการณ์ของโจทก์ส่อไปในทางทุจริต โจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต การที่เงินหายไปเกิดจากความบกพร่องของพนักงานคนอื่นการเลิกจ้างโจทก์จึงเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายในระหว่างพัก