การรับฟังคำพยานที่ให้การไว้ในการพิจารณาครั้งก่อนซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย (ผู้พิพากษานั่งไม่ครบคณะ) มาลงโทษจำเลยในการพิจารณาครั้งหลังเป็นการชอบหรือไม่
คำพยานที่ให้การไว้ในการพิจารณาซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้พิพากษานั่งไม่ครบคณะนั้น จะฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ แต่เมื่อคำพยานปากใดฟังไม่ได้ แต่ยังมีคำพยานอื่น ๆ พอจะฟังได้โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลมีอำนาจจะตัดสินคดีโดยอาศัยคำพยานอื่น ๆ นั้นได้
ศาลฎีกาตัดสินว่าฎีกาจำเลยฟังขึ้น แต่พยานอื่นๆ ของโจทก์ยังมีพอฟังลงโทษจำเลยได้แล้ว จึงตัดสินยืน
คดีนี้เคยขึ้นสู่ศาลฎีกาครั้งหนึ่งแล้ว ศาลฎีกาสั่งให้ยกคำพิพากษาศาลเดิมเพราะผู้พิพากษานั่งไม่ครบคณะ และให้ศาลเดิมพิจารณาพิพากษาใหม่ ในการพิจารณาครั้งหลัง ศาลเดิมฟังเอาคำพยานที่ให้การไว้ครั้งก่อน แต่ไม่ได้ตัวมาพิจารณาในชั้นหลัง มาลงโทษจำเลย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 91 - 92/2477อัยยการนครปฐมโจทก์นายเพิ่ม อ่วมมี นายสก สร้อยสุข นายมาก บุญช่วย นายผาด คำทองจำเลย วิธีพิจารณาอาชญา พะยาน คำพะยานที่ให้การไว้ในการพิจารณาซึ่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้พิพากษานั่งไม่ครบคณะนั้น จะฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ ตัดสิน เมื่อคำพะยานปากใดฟังไม่ได้ แต่ยังมีคำพะยานอื่น ๆ พอจะฟังได้โดย+ด้วยกฎหมายแล้ว ศาลมีอำนาจจะตัดสินคดีโดยอาศัยคำพะยานอื่น ๆ นั้นได้คดีนี้ศาลล่างทั้ง ๒ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้เป็นผู้ร้ายปล้นทรัพย์ของ จ. ไป มีความผิดตามมาตรา ๓๐๑ ให้จำคุกไว้คนละ ๑๕ ปี จำเลยฎีกาว่าคดีนี้ได้เคยขึ้นมาสู่ศาลฎีกาครั้ง ๑ แล้ว ศาลฎีกาสั่งให้ยกคำพิพากษาศาลเดิมเสียเพราะผู้พิพากษานั่งไม่ครบคณะ แลให้ศาลเดิมพิจารณาพิพากษาใหม่ แต่ในการพิจารณาพิพากษาครั้งหลังนี้ ศาลเดิมฟังเอาคำพะยานซึ่งให้การไว้ครั้งก่อน แต่ไม่ได้ตัวมาพิจารณาในชั้นหลังมาลงโทษจำเลยเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาตัดสินว่าฎีกาจำเลยฟังขึ้น แต่พะยานอื่น ๆ ของโจทก์ยังมีพอฟังลงโทษจำเลยได้แล้วจึงตัดสินยืน(อมาตย์-พรหม-กฤต)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ