การกระทำอนาจารในที่สาธารณะที่เปิดเผยและมีคนเห็นได้ ถือเป็นความผิดต่อหน้าธารกำนัล ทำให้อัยการมีอำนาจฟ้องโดยลำพังแม้ผู้เสียหายจะถอนคำร้องทุกข์แล้ว
สถานที่ที่เปิดเผยและมีคนเห็นได้ เช่น ใต้ถุนเรือนที่ไม่มีอะไรกำบัง อยู่ใกล้ถนนและมีบ้านเรือนใกล้เคียงหลายหลังที่มองเห็นกันได้ รวมทั้งมีพยานอยู่ในที่ใกล้เคียงถึง 4 คน ถือเป็นสถานที่ต่อหน้าธารกำนัลตามมาตรา 248
ให้จำคุกจำเลย 1 เดือน ปรับ 30 บาท เพิ่มโทษและลดโทษจำเลย 1 ใน 3 หักกลบลบกันแล้วไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลด แต่ให้ยกโทษจำคุกตามมาตรา 40 คงปรับสถานเดียว
ผู้เสียหายร้องทุกข์ว่าจำเลยกระทำอนาจารแก่ตน ต่อมาถอนคำร้องทุกข์ แต่อัยการฟ้องคดี สถานที่เกิดเหตุเป็นใต้ถุนเรือนไม่มีอะไรกำบัง ห่างถนนประมาณ 13 วา มีเรือนราษฎรใกล้เคียงหลายหลังมองเห็นกันได้ ขณะเกิดเหตุมีพยานใกล้ที่เกิดเหตุ 4 คน และมีคนบนเรือนที่อาจมองเห็นได้
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 138/2472อัยยการชัยภูมิโจทก์นายท้วมจำเลย ป.อ. ม. 246, ม. 248, ม. 39 ป.วิ.อ. ทำอนาจารแก่หญิงต่อหน้าธารคำนัล อัยยการมีอำนาจเอาคดีขึ้นว่ากล่าวได้ ที่เรียกว่าต่อหน้าธารคำนัลนั้น ต้องเปนสถานที่อันเปิดเผยแลมีคนเห็นปัญหากฎหมายคดีนี้ได้ความว่า อ.ร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานว่า จำเลยกระทำอนาจารแก่ตน ภายหลังกลับถอนคำร้องทุกข์นั้นเสีย แต่อัยยการฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม ม.๒๔๖ แล ๗๒ ปัญหาจึงว่าจำเลยได้ทำผิดต่อหน้าธารคำนัลตาม ม.๒๔๘ ซึ่งอัยยการจะมีอำนาจฟ้องได้โดยลำพังหรือไม่ ศาลฎีกาแลศาลล่างทั้ง ๒ มีความเห็นต้องกันว่า ที่ ๆ จำเลยทำผิดเปนใต้ถุนเรือนไม่มีอะไรกำบัง อยู่ห่างถนนราว ๑๓ วา มีเรือนราษฎรอยู่ใกล้ ๆ หลายหลังมองเห็นกันได้ ทั้งในขณะนั้นก็มีพะยานอยู่ในที่ใกล้ ๆ ถึง ๔ คน แลมีคนอยู่บนเรือนซึ่งอาจมองเห็นได้อีกเช่นนี้ ต้องนับว่าเปนสถานที่ต่อหน้าธารคำนัลตาม ม.๒๔๘ ให้จำคุกจำเลย ๑ เดือนปรับ ๓๐ บาท กับให้เพิ่มโทษแลลดโทษจำเลย ๑ ใน ๓ หักกลบลบกันไปไม่ต้องเพิ่มไม่ต้องลด แต่ส่วนอาญาจำคุกนั้นให้ยกเสียตาม ม.๔๐ คงแต่ปรับสถานเดียว(เทพ-พรหม-มนู)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ