ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2472

ประเด็นกฎหมาย

โจทก์จะขอสืบว่าโจทก์ขายที่ดินให้จำเลยหนึ่งซีกได้หรือไม่ เมื่อสัญญาขายระบุว่าโจทก์เป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย และไม่ได้ระบุส่วนแบ่ง

หลักกฎหมาย

ผู้มีชื่อรวมกันในโฉนดสามารถนำสืบได้ว่าตนมีกรรมสิทธิมากน้อยกว่ากัน และเมื่อสัญญาปรากฏว่าโจทก์เป็นทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย ย่อมให้โจทก์นำสืบได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้โจทก์นำสืบ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าทำสัญญาขายที่ดินให้จำเลยหนึ่งซีก ขอแบ่งแยกโฉนด จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ขายให้ครึ่งหนึ่ง แต่สารบานแก้ทะเบียนหลังโฉนดระบุว่าโจทก์ทำสัญญาขายให้แก่ตนเองและจำเลย โดยไม่ระบุส่วนแบ่ง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 179/2472นายสดโจทก์นายใจจำเลย ป.วิ.พ. ผู้มีชื่อในโฉนดร่วมกันขอนำสืบได้ว่าตนมีกรรมสิทธิมากน้อยกว่ากันคดีนี้โจทย์ฟ้องว่าได้ทำสัญญาขายที่ดินให้แก่จำเลย ๑ ซีก จึงขอให้แบ่งแยกโฉนด จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ขายให้จำเลยครึ่งหนึ่ง แต่ปรากฎในสารบานแก้ทะเบียนหลังโฉนดว่า นายสดโจทก์ทำสัญญาขายให้แก่นายสดโจทก์ นางใจจำเลย แลไม่ได้ระบุไว้ว่าโจทก์จำเลยมีส่วนคนละเท่าใดดังนี้ ปัญหามีว่าโจทก์จะขอสืบว่าโจทก์ขายให้จำเลยซึกหนึ่งได้หรือไม่ ศาลเดิมไม่ยอมให้โจทก์สืบ ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่า ข้อนี้เคยมีฎีกาที่ ๖๐๗/๒๔๖๖ ซึ่งวินิจฉัยไว้แล้วว่า ผู้มีชื่อรวมกันในโฉนดขอนำสืบได้ แลในสัญญาก็ปรากฎว่าโจทก์เปนทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จึงให้โจทก์นำสืบ(นล-ศรี-หริศ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ