ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199 - 200/2477

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแปลสัญญาว่าจะเป็นสัญญาค้ำประกันหรือไม่ และปัญหาที่จำเลยปฏิเสธความรับผิดในสัญญาค้ำประกันเป็นปัญหาข้อกฎหมายหรือไม่

หลักกฎหมาย

สัญญาค้ำประกันไม่จำเป็นต้องทำเป็นหนังสือ เพียงแต่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็เพียงพอแล้ว และไม่ต้องบรรยายความรับผิดไว้ ความรับผิดของผู้ค้ำประกันเกิดขึ้นตามกฎหมายเมื่อลูกหนี้ผิดนัด

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน และต้องรับผิดเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ทั้งสอง โดยมีตรายี่ห้อของจำเลยที่ 2 ประทับและมีคำว่า 'ผู้ค้ำประกัน' ปรากฏในเอกสาร

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 199 - 200/2477นายฮก นายไทจีนโจทก์นายบิ้วที่ 1 นายจือชิวอินที่ 2จำเลย พ.ร.บ.ลักษณฎีกาอุทธรณ์ พ.ศ.2461 ปัญหากฎหมาย ปัญหาที่เกี่ยวด้วยการแปลสัญญาเป็นปัญหากฎหมายการปฏิเสฐความรับผิดตามสัญญานั้นไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายเพราะเป็นส่วนหนึ่งของคำให้การเท่านั้นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อที่ว่าได้กระทำการใด เป็นปกติหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ป.พ.พ.ม.680 ตอน 2 สัญญา ค้ำประกันนั้นเพียงแต่มีหลักฐาเป็นหนังสือก็ใช้ได้ แปลสัญญา สัญญาค้ำประกันนั้นไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องบรรยายความรับผิดไว้ ความรับผิดของผู้ค้ำประกันเกิดขึ้นตามกฎหมายในเมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ ๑ ได้ทำหนังสือสัญญากู้เงินโจทก์ทั้ง ๒ ไปต่อจากตรายี่ห้อฮะเซ็งฮวดจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้กู้ มีตรายี่ห้อเต็กชุนจั่น(ตรายี่ห้อของจำเลยที่ ๒) กับตรายี่ห้อคนง่วนที่ประทับ ถัดไปมีคำว่า ผู้ค้ำประกัน ศาลแพ่งและศาลอุทธรณ์เห็นต้องกันว่าจำเลยที่ ๑ เป็นผู้กู้ จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันพิพากษาให้จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ใช้ให้จำเลยที่ ๒ ใช้แทน จำเลยที่ ๒ ทูลเกล้า ฯถวายฎีกาว่า (๑)สัญญาไม่มีบรรยายความรับผิดไว้จึงไม่มีลักษณเป็นสัญญาค้ำประกันตามมาตรา ๖๘๐ ตอน ๒ (๒) จำเลยปฏิเสธความรับผิดในสัญญาค้ำประกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าปัญหาข้อ ๑.เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแปลสัญญาว่าจะเป็นสัญญาค้ำประกันหรือไม่ ในปัญหาข้อ ๒. ไม่ใช่ข้อกฎหมาย เพราะการปฏิเสธความรับผิดเป็นส่วน ๑ ของคำให้การเท่านั้น และจำเลยกล่าวในฎีกาว่าต้องได้ความว่าจำเลยใช้ตราประทับเป็นปกตินั้นก็เป็นข้อเท็จจริง และวินิจฉัยว่าในเรื่องสัญญาค้ำประกันนั้นกฎหมายมิได้บังคับให้ทำเป็นหนัง