ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2472

ประเด็นกฎหมาย

ความผิดตามมาตรา 122 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เรื่องการซ่อนเร้นทรัพย์หรือหนังสือที่เจ้าพนักงานจะต้องเรียกเอามาพิจารณา โดยไม่จำเป็นต้องทำให้บุบสลายหรือสูญหา

หลักกฎหมาย

เพียงแต่จำเลยซ่อนเร้นลักพาเอาไป ถ้าการกระทำไม่ถึงความผิดฐานเป็นโจร ฯลฯ ก็มีผิดตามมาตรา 122 แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำให้บุบสลายหรือสูญหาย

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาตัดสินแก้ให้จำคุกจำเลยตามศาลเดิม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยเป็นสัสดีอำเภอ ได้ทำการไต่สวนเรื่องหาว่า บ.ป. หลีกเลี่ยงไม่ขึ้นทะเบียนทหาร ค. ได้นำเงิน 200 บาทไปให้จำเลยเพื่อให้สงบเรื่องเสีย จำเลยรับเงินแล้วก็เก็บเรื่องไว้ไม่นำเสนอต่อนายอำเภอ ต่อมานายอำเภอทราบเรื่องจึงได้ทำการไต่สวนหาหลักฐานเพื่อฟ้องจำเลย จำเลยรู้เรื่องจึงเอาสำนวนการไต่สวนนั้นซ่อนเสียแล้วบอ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2472อัยยการลพบุรีโจทก์นายชื่นจำเลย ป.อ. ม. 122, ม. 138 ป.วิ.อ. ผู้ใดรู้ว่าทรัพย์หรือหนังสืออย่างใดเจ้าพนักงานจะต้องเรียกเอามาพิจารณาเมื่อกระทำการตามกฎหมาย มันบังอาจเอาสิ่งนั้นไปซ่อนเสียถึงแม้จะไม่ทำให้บุบสลายหรือสูญหายก็มีผิดตามมาตรา 122จำเลยเปนสัสดีอำเภอ ได้ทำการไต่สวนเรื่องหาว่า บ.ป.หลีกเลี่ยงไม่ขึ้นทะเบียนทหาร ค.ได้นำเงิน ๒๐๐ บาทไปให้จำเลยเพื่อให้สงบเรื่องเสีย จำเลยรับเงินแล้วก็เก็บเรื่องไว้ไม่นำเสนอต่อนายอำเภอ ๆ ทราบเรื่องเข้าจึงได้ทำการไต่สวนหาหลักฐานเพื่อฟ้องจำเลย ๆ รู้เรื่องจึงเอาสำนวนการไต่สวนนั้นซ่อนเสียแล้วบอกแก่นายอำเภอว่าทำลายเสียแล้วดังนี้ ศาลเดิมตัดสินว่าจำเลยมีผิดตาม ม.๑๒๒ ให้จำคุก ๑ ปีกะทงหนึ่ง แล ม.๑๓๘ จำคุก ๒ ปีอีกกะทงหนึ่ง แลให้ส่งเงินสินบน ๒๐๐ บาทมาริบเปนของหลวง ถ้าไม่ส่งให้จัดการตาม ม.๑๘ เมื่อจะต้องจำคุกให้จำแทน ๖ เดือน ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่มีผิดฐานทำลายสำนวนตาม ม.๑๒๒ จึงตัดสินให้ยกเสียนอกนั้นยืนตาม ศาลฎีกาเห็นว่า เพียงแต่จำเลยซ่อนเร้นลักพาเอาไป ถ้าการกระทำไม่ถึงความผิดฐานเปนโจร ฯลฯ ก็มีผิดตาม ม.๑๒๒ แล้ว ไม่จำเปนต้องทำให้บุบสลายหรือสูญหายดังที่ศาลอุทธรณ์กล่าว จึงตัดสินแก้ให้จำคุกจำเลยตามศาลเดิม(หริศ-ศรี-นล)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ