ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 219/2477

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลจะฟังคำรับสารภาพของจำเลยซึ่งเป็นคำให้การครั้งสุดท้ายในคดีอาชญาได้หรือไม่ เมื่อมีพยานแวดล้อมกรณีประกอบ และจำเลยให้การหลายครั้ง

หลักกฎหมาย

จำเลยในคดีอาชญาเมื่อให้การไว้หลายครั้งต้องฟังครั้งสุดท้ายเป็นยุติ และแม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน มีแต่คำรับสารภาพของจำเลยกับพยานแวดล้อมกรณีประกอบ ก็ฟังลงโทษจำเลยได้

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นฟ้องกับศาลล่างว่าคำรับของจำเลยฟังได้โดยมีพยานแวดล้อมกรณีประกอบ จึงตัดสินยืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยให้การในชั้นไต่สวน 3 อย่าง คือ ปฏิเสธ ภาคเสธ และรับสารภาพ โจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน มีแต่คำรับสารภาพของจำเลยกับพยานแวดล้อมกรณีประกอบ ศาลล่างตัดสินว่าจำเลยเป็นผู้ร้ายยิง ผ. ตาย มีความผิดตาม ม.250-59 ให้จำคุกตลอดชีวิต

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 219/2477อัยยการจังหวัดตรังโจทก์นายเจ๊ก มั่นแก้วจำเลย วิธีพิจารณาอาชญา คำให้การ,หลักวินิจฉัย จำเลยในคดีอาชญาเมื่อให้การไว้หลายครั้งต้องฟังครั้งสุดท้ายเป็นยุติในคดีเรื่องฆ่าคนแม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พะยานมีแต่คำรับสารภาพของจำเลยกับพะยานแวดล้อมกรณีประกอบก็ฟังลงโทษจำเลยได้คดีนี้ศาลล่างตัดสินว่าจำเลยเป็นผู้ร้ายยิง ผ.ตายมีผิดตาม ม.๒๕๐ - ๕๙ ให้จำคุกไว้ตลอดชีวิต จำเลยเถียงว่าคำให้การชั้นไต่สวนของจำเลยมี ๓ อย่างคือปฏิเสธ ภาคเสธแลรับสารภาพ ศาลจะฟังแต่คำรับไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นว่าคำรับของจำเลยเป็นคำให้การครั้งสุดท้ายตามปกติถ้าจะฟังย่อมต้องฟังครั้งสุดท้าย แลคดีนี้เห็นฟ้องกับศาลล่างว่าคำรับของจำเลยฟังได้โดยมีพะยานแวดล้อมกรณีประกอบจึงตัดสินยืน(อิศร-พรหม-กฤต)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุรายการที่ 1/ ของหน้าที่ 1 พิมพ์คำพิพากษาปิดฉบับย่อ