ปัญหาว่าการฟ้องจำเลยที่ 3 ทางผู้ปกครองชอบหรือไม่ และผู้ร้องถูกปิดปากไม่ให้คัดค้านหรือไม่
การฟ้องเด็กให้รับผิดตามสัญญาต้องฟ้องทางผู้ปกครอง หากจำเลยมีข้อคัดค้านแต่นิ่งเสียไม่คัดค้าน กฎหมายปิดปากมิให้ร้องคัดค้านได้ต่อไป
ให้ขายทรัพย์ที่ยึด
จำเลยที่ 3 ลงชื่อในสัญญากู้และมอบโฉนดเป็นประกัน โดยสัญญาไม่ระบุอายุ โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 ทางผู้ปกครอง จำเลยที่ 3 ทราบการดำเนินคดีและการยึดทรัพย์ครั้งแรกแต่ไม่คัดค้าน ผ่านมาเกือบ 10 ปีจึงร้องขัดทรัพย์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2477นายเชนปูคำบิลไลยโจทก์นายแดง รัตนดิลกณภูเก็ตที่ 1 นางแวลที่ 2 นายแดงผู้ปกครองนายลำดวนบุตรที่ 3จำเลยนายลำดวน นางวิลาศผู้ร้อง ป.วิ.พ. กฎหมายปิดปาก ฟ้อง การฟ้องเด็กให้รับผิดตามสัญญานั้นต้องฟ้องทางผู้ปกครองเด็ก นิติกรรมทำกับใครก็ต้องฟ้องคนนั้น ในเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์นั้นถ้าจำเลยมีข้อที่ควรจะคัดค้าน แต่นิ่งเสียไม่คัดค้านกฎหมายปิดปากมิให้ร้องคัดค้านได้ต่อไปได้ความว่าเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๓ จำเลยที่ ๑ -๒ ได้กู้เงินโจทก์ไปในส่วนตัวแลฐานเป็นผู้ปกครองจำเลยที่ ๓(ผู้ร้องจำเลยที่ ๓ เองได้ลงลายมือชื่อไว้ว่าเป็นผู้กู้ด้วย แลได้มอบโฉนดเลขที่ ๒๓๐๒ ซึ่งจำเลยที่ ๓ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิให้ไว้เป็นประกัน ทั้งจำเลยที่ ๓ ก็ได้ลงชื่อไว้ในสัญญาประกันนั้นด้วย แลในสัญญานี้มิได้ปีกล่าวถึงอายุจำเลยที่ ๓ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕ โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ราายนี้จากจำเลยทั้ง ๓ ส่วนจำเลยที่ ๓ นั้นได้ถูกฟ้องทางผู้ปกครอง จำเลยขาดนัดชั้นยืนคำให้การ ศาลเดิมได้ประกาศเรียกจำเลยทางหนังสือพิมพ์แล้วดำเนินการพิจารณาแลพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี โจทก์ยึดทรัพย์ของจำเลยพร้อมทั้งโฉนดที่ ๒๓๐๒ ขายทอดตลาดครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๖ แต่ได้เงินยังไม่พอใช้หนี้แลผู้ร้องก็ทราบแต่มิได้คัดค้านประการใดต่อมาโจทก์ยึดทรัพย์ครั้งที่ ๒ อีกเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๖ ผู้ร้องจึงร้องขัดทรัพย์ แลกล่าวว่าผู้ร้องไม่ต้องรับผิดชอบตามคำพิพากษาเพราะในเวลาโจทก์ฟ้องคดีผู้ร้องบรรลุนิติภาวะแล้วโจทก์มิได้ฟ้องผู้ร้อง(จำเลยที่ ๓) เป็นจำเลยของ แต่ฟ้องทางบิดา ศาลฎีกาเห็นว่าที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ ๓ ทางผู้ปกครองนั้นชอบแล้ว เพราะโจทก์จำเลยต้องฟ้องตามสัญญากู้ หรือต้องฟ้องจำเลยตามนิติกรรมซึ่งโจทก์จำเลยได้ทำต่อกันไว้ทั้งในสัญญากู้มิได้ระบุอา